top of page
พื้นที่ลงโฆษณา

LATEST

สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย ชูบทบาทหนุนภาคการขนส่งไทย

  • รูปภาพนักเขียน: answernewsonline
    answernewsonline
  • 4 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย

คอลัมน์พิเศษของ Answer News Industrial Magazine ฉบับนี้ จะพาไปทำความรู้จักกับสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย กับบทบาทสำคัญต่อวงการขนส่ง พร้อมกับทิศทางของสมาคมฯ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

คุณสุรเดช เจียรยืนยงพงศ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย ให้สัมภาษณ์ถึงวัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้ง สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย คือการสนับสนุนผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจขนส่งสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคให้มีความแข็งแรงมากขึ้น, เจริญเติบโตได้ในสาขาอาชีพ รวมถึงเป็นการเรียกร้องสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากภาครัฐ หรือประเด็นสำคัญต่างๆ โดยมีการร่วมมือกับสมาคมขนส่งต่าง ๆ และสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ที่เปรียบเสมือนเป็นหัวเรือใหญ่ของสมาคมขนส่งต่าง ๆ


สมาคมฯ นั้นเป็นตัวกลางในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมของการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคให้เติบโต อย่างปีที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้จัดกิจกรรม Lady Driver คือ การสร้างพนักงานขับรถที่เป็นผู้หญิงให้เข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมขนส่งสินค้ามากขึ้น และมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาวะของพนักงานขับรถ ผ่านความการร่วมมือกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยจุดมุ่งหมายของโครงการนั้นเป็นการลดโรค NCD (โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) เช่น โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ เป็นต้นซึ่งเกิดจากพฤติกรรมและปัจจัยแวดล้อมในชีวิตประจำวันและการทำงาน โดยในตอนนี้เป็นเฟสที่ 2 และเป็นปีที่ 3 ของโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการที่ทางสมาคมฯ ร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงาน ในการพัฒนาฝีมือพนักงานขับรถ รวมไปถึงร่วมมือกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ TPQI ที่ดำเนินการทางด้านส่งเสริมมาตรฐานอาชีพพนักงานขับรถ และผู้ปฏิบัติการควบคุมรถบรรทุกสำหรับการขนส่งทางถนน 


นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังได้มีการผลักดันในเรื่องของการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint For Organization, CFO), รวมไปถึงการจัดการแบบ Green Logistics มากขึ้น และมากไปกว่านั้นทางสมาคมฯ ยังมีความพยายามในการส่งเสริมให้สมาชิก ฯ ของสมาคมมีแนวทางในการขยายธุรกิจไปในส่วนของการกระจายสินค้าระหว่างประเทศทางถนนมากขึ้น ไม่ใช่แค่การขนส่งภายในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว

 

คุณสุรเดช เจียรยืนยงพงศ์

ส่วนบทบาทของ สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย กับกลุ่มผู้ประกอบการนั้น ผ่านการส่งเสริมด้วยกิจกรรมต่างๆ ตลอดจนพยายามผลักดันให้สมาคมฯ เป็นผู้ให้องค์ความรู้ในเรื่องการขนส่งสินค้าทางถนนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดการความปลอดภัยของการขนส่งสินค้าทางถนนผ่านบุคลากรการจัดการความปลอดภัยทางถนน หรือ TSM, และหลักสูตรสำหรับพนักงานขับรถในการขับรถขนส่งวัตถุอันตราย ซึ่งทางสมาคมฯ ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก และในปีนี้ สมาคมฯ อยากจะนำเอาองค์ความรู้ต่างๆ มาเผยแพร่ โดยจะเน้นไปยังกลุ่มนิสิต นักศึกษา ผ่านทางมหาวิทยาลัยและองค์กรวิชาการต่าง ๆ ที่มีความร่วมมือด้วยกัน

 

ปัจจุบันสมาคมฯ มีโอกาสเข้าไปร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยศรีปทุม, มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาลัยฯ ต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านั้น ได้มีโอกาสร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยราชภัฎ ในด้านวิชาการ รวมถึงงานวิจัย ตลอดจนโครงการคาร์บอนฟรุตพริ้นด้านการบริหารจัดการ Green Logistic ที่กำลังจะมีความสำคัญในปีหน้า หรือในปีถัดไป ผ่านกฎหมายใหม่ ๆ ได้แก่ พรบ. อากาศสะอาด, และพรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทางสมาคมฯ ได้เตรียมความพร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาฯ (Consultant) และผู้ทวนสอบ (Verified Body) ในอนาคตอันใกล้ ถือเป็นการยกระดับสมาคมในอีกทางหนึ่ง

 

สำหรับแผนการผลักดันด้านการขนส่งสินค้านั้น คุณสุรเดชกล่าวอีกว่า เนื่องจากในภาคเอกชนมีความพยายามในการลดต้นทุนต่าง ๆ ทางสมาคมฯ เองจะมีการผลักดันการขนส่งสินค้าทางรถไฟภายในประเทศ (และเป็นระหว่างประเทศในอนาคต) ประกอบกับทางกรมการขนส่งทางรางที่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายที่เอื้ออำนวยในการขนส่งทางรางร่วมกับภาคเอกชน โดยทางสมาคมฯ ได้มีการทำวิจัยเพื่อความพร้อมในอนาคตอีกด้วย

 

ด้านบทบาทเกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรม สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทยมีการประชุมหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผ่านความร่วมมือในโครงการต่างๆ อาทิ การกระจายสินค้า การรวบรวมสินค้าตามจุดต่างๆ หรือการจัดทำ Dry Port ถึงแม้ว่าสถานการณ์ที่เกี่ยวกับ E-Commerce ในประเทศจีน ซึ่งทางสมาคมฯ พอมีข้อมูลเกี่ยวกับด้านนี้ในระดับหนึ่ง ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินอัตราการอุปโภคบริโภคของสินค้า 

 

“อยากให้มีการสนับสนุนในเรื่องการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบบนท้องถนน จากภาครัฐอย่างจริงจัง”

 

“ท้ายที่สุดอยากให้ภาคประชาชน หรือบุคคลทั่วไป มองภาพเกี่ยวกับธุรกิจขนส่งสินค้า หรืออาชีพที่เกี่ยวข้องกับภาคการขนส่งให้เป็นสมัยใหม่มากขึ้น อยากให้ลืมภาพจำเกี่ยวกับการขนส่งในยุคก่อนๆ ซึ่งปัจจุบันบุคลากร หรือเจ้าหน้าที่ที่ขับรถขนส่งในยุคใหม่ ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงาน รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการต่างนำเอาเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมต่างๆ เหล่านี้เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ หรือภายในองค์กร เพื่อเป็นการจัดการความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าทางถนน ประกอบกับกฎหมาย หรือข้อบังคับต่างๆ ในปัจจุบัน ที่มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของการควบคุมความเร็ว, ชั่วโมงการขับขี่ของพนักงานขับรถ ต่างจากในอดีตที่กฎหมาย หรือข้อบังคับที่ไม่ได้เข้มงวดเหมือนกับในปัจจุบัน ส่งผลให้ตัวเลขอุบัติเหตุลดลงได้อย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรก็ดีอยากให้มีการสนับสนุนในเรื่องการจัดการความปลอดภัยมากขึ้น ที่นอกเหนือจากออกกฎหมายต่าง ๆ เพื่อที่จะควบคุมนั้น ยังอยากให้ช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการความปลอดภัย เช่น การส่งเสริมการตรวจร่างกายของพนักงานขับรถในราคาที่ถูกลง เป็นต้น” นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย กล่าว

ความคิดเห็น


LATEST

พื้นที่ลงโฆษณา
Answer News

Call Us On

บริษัท เอ็มทีเอส คอนเนคชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด

Contact Us

  • Facebook
  • X
  • Youtube
  • TikTok

Follow us

Answer News Industrial ©2025 MTS Connections Groups Co.,Ltd สงวนลิขสิทธิ์

Answer News

Call Us On

บริษัท เอ็มทีเอส คอนเนคชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด

Contact Us

  • Facebook
  • X
  • Youtube
  • TikTok

Follow us

bottom of page