“เอ็นไอเอ” ติดสปีกนวัตกรรมกลุ่มเฮลธ์เทค
- answernewsonline
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลพระราม 9 เดินหน้าสร้างสตาร์ตอัปเฮลธ์เทคด้วย SPEAR H Accelerator พร้อมเป้าหมายระยะยาวหนุนไทยก้าวสู่การเป็น Health Tech Innovation Hub ของภูมิภาค

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA กล่าวว่า ตลาดเฮลธ์เทคทั่วโลกยังคงมีทิศทางเติบโตแบบก้าวกระโดดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่สังคมสูงวัย ภาระโรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น การสรรหาตัวช่วยบุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มโรงพยาบาล รวมถึงพฤติกรรมประชากรยุคใหม่ที่ต้องการเข้าถึงบริการสุขภาพที่สะดวก รวดเร็ว และมีความเป็นเฉพาะบุคคลมากขึ้น
สำหรับการเติบโตของเฮลธ์เทคไม่ได้เป็นเพียงการขยายตัวของตลาดเทคโนโลยี แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจโลก หลายประเทศจึงยกให้อุตสาหกรรมนี้เป็นวาระสำคัญ และประเทศชั้นนำต่างมีนโยบายเร่งพัฒนาสตาร์ตอัปในกลุ่มเฮลธ์เทคให้เติบโตผ่านการจัดตั้งพื้นที่ทดสอบแนวคิดนวัตกรรม (Regulatory Sandbox) การลงทุนในกองทุนเฉพาะทาง
รวมทั้งการเชื่อมโยงตลาดกับโรงพยาบาลและภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่ห้องวิจัยสู่การใช้งานจริง โดยนโยบายเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ประเทศสามารถยกระดับคุณภาพการรักษา เพิ่มการเข้าถึงบริการ และลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ แต่ยังสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตสูง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว

ดังนั้น NIA จึงได้ริเริ่มโครงการ SPEAR H HealthTech Accelerator ซึ่งพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และ รพ. พระราม 9 เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเทคโนโลยีเชิงลึกสู่การใช้งานจริงในระบบสาธารณสุข พร้อมปิดช่องว่างของนวัตกรรมการแพทย์ไทย ทั้งด้านการทดสอบทางคลินิก การกำกับดูแลมาตรฐาน และการเชื่อมโยงสู่ตลาดจริง
โดยโครงการดังกล่าวถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มเร่งการเติบโตแบบครบวงจรตั้งแต่การยกระดับโมเดลธุรกิจ การเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบผ่านกลไก Regulatory Sandbox การเข้าถึงพื้นที่ทดสอบจริงในโรงพยาบาล ไปจนถึงการเปิดโอกาสเชื่อมต่อกับนักลงทุนและพันธมิตรเชิงพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการลด Time-to-Market ของนวัตกรรมการแพทย์ และเพิ่มโอกาสให้สตาร์ตอัปไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค
นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายสร้างจุดเปลี่ยนให้ไทยก้าวข้ามจากผู้ใช้นวัตกรรมเฮลธ์เทคไปสู่ “ผู้สร้างนวัตกรรม” เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพิ่มโอกาสการขยายตลาดต่างประเทศในอนาคต ตลอดจนสร้างผู้ประกอบการที่มีศักยภาพพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึกที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพของประเทศในภาพรวมอีกด้วย

ดร.กริชผกา กล่าวเสริมว่า SPEAR H : HealthTech Accelerator ยังมุ่งปิด Pain Point สำคัญของสตาร์ตอัปในมิติการเข้าถึงแหล่งทุน เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนสูง มีระยะพัฒนายาว และต้องผ่านการรับรองมาตรฐานทางการแพทย์ และเพื่อให้สอดคล้องนักลงทุนทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้มากขึ้น โดยในช่วงหลังโควิด-19 เม็ดเงินลงทุนในเฮลธ์เทคทั่วโลกแตะระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี และกองทุน Venture Capital รวมถึง Corporate Venture Capital ในภูมิภาคเอเชียเริ่มขยายพอร์ตเข้าสู่เทคโนโลยีการแพทย์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม โครงการ SPEAR H จึงไม่ได้เป็นแค่โปรแกรมส่งเสริมธุรกิจเพื่อ 'เร่ง' การเติบโตและเพิ่มมูลค่า แต่ยังทำหน้าที่เป็นกลไกด้านการเงินแบบครบวงจร ตั้งแต่การสนับสนุน Market Testing Fund การเชื่อมต่อและเปิดโอกาสให้พบปะนักลงทุน ตลอดจน Fast Track สู่โอกาสรับทุนสนับสนุนจาก NIA มูลค่าสูงสุด 5 ล้านบาท เพื่อขยายผลนวัตกรรมสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม

































ความคิดเห็น