top of page
พื้นที่ลงโฆษณา

LATEST

เปิดตัวสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์กับยุทธศาสตร์ระดับชาติในการสร้างความมั่งคงทางด้านทางเทคโนโลยีไทย

  • รูปภาพนักเขียน: answernewsonline
    answernewsonline
  • 4 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
สมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์

หากพูดถึงเทคโนโลยี ทุกคนคนอาจนึกถึง AI โรบอท  อุปกรณ์อัจฉริยะ แต่รู้ไหมว่าหัวใจในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีเหล่านั้นคืออุปกรณ์ตัวเล็กๆ ที่เรียกว่าเซมิคอนดักเตอร์ หรือสารกึ่งตัวนำที่แปลงสัญญาณ คำนวณคำสั่งต่างๆ ที่ป้อนลงไปให้อุปกรณ์ทำตามคำสั่งนั้นได้ ซึ่งหากขาดเซมิคอนดักเตอร์ 

คงขาดซึ่งตัวกลางในการเชื่อมโยงการใช้งานระหว่างอุปกรณ์กับมนุษย์  และในปัจจุบันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ถือเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลกและมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากความต้องการใช้งานเทคโนโลยีอัจฉริยะไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน  ยานยนตร์ไฟฟ้า Data Center LoT เครื่องมือแพทย์ ระบบอัตโนมัติต่างๆ อาจเรียกได้ว่ารอบๆ ตัวเราเต็มไปด้วยเซมิคอนดักเตอร์  


สำหรับในประเทศไทย อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ตามข้อมูลจากศุลกากรเผยว่าในช่วงปี 2022 -2024 มีมูลค่าการส่งออกกว่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้อาจดูเป็นตัวเลขที่สูง แต่หากเปรียบเทียบข้อมูลจาก World Semiconductor Trade Statistics ในปี 2024  บ่งบอกว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกมีการเติบโตขึ้นประมาณร้อยละ 19 โดยมียอดขาย 627 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ปี 2025 มีโอกาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 697 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  แสดงให้เห็นได้ว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศยังต้องการการส่งเสริมและผลักดันเพื่อให้สามารถครองส่วนแบ่งการตลอดได้เพิ่มมากขึ้น   

 

Answer News Industrial ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณวิรัตน์ ศรีอมรกิจกุล นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ (Thai Semiconductor Industry Trade Association) หรือ THSIA  ที่มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา  โดยในโอกาสนี้คุณวิรัตน์ได้ให้คำตอบในทุกมิติเกี่ยวกับการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไทย  


ในความเป็นจริง อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ได้ถือกำเนิดขึ้นในไทยมาประมาณ 52 ปีที่แล้ว แต่จัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าทั่วไป ในขณะทางด้านเทคนิค เซมิคอนดักเตอร์มีความเฉพาะเจาะจงกว่านั้นมาก การจัดตั้ง THSIA ขึ้นมา จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อการรวมตัวกัน ของผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ตัวจริง และเป็นตัวแทนภาคอุตสาหกรรมในการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคการลงทุนจากต่างประเทศ โดยปัจจุบันอุตสหากรรมเซมิคอนดักเตอร์ในโลก มีตั้งแต่กระบวนการออกแบบวงจรรวม (IC Design)  การสร้างวงจรบนแผ่นเวเฟอร์ (Wafer Process)  การประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ (Assembly & Test)   การบรรจุวงจรรวมและอุปกรณ์ (Package IC & Material) และการผลิตเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ได้จากการออกแบบ (Tooling Equipment) การก่อตั้งสมาคมเซมิคอนดักเตอร์จึงเป็นกลไกลสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมในครอบคลุมทั้งกระบวนต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ หรือการสร้างระบบนิเวศ (Ecosymtem) ทางด้านเซมิคอนดักเตอร์ให้เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย  


สมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์

คุณวิรัตน์กล่าวต่อว่า ในประเทศไทยนั้นมีความโดดเด่นในด้านการประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์แบบเอาท์ซอร์ส หรือ OSAT (Outsourced Assemply and Test) โดยที่เรายังขาดอุตสาหกรรมต้นน้ำหรือในด้านการออกแบบและการผลิตชิป รวมไปถึงไม่มีบริษัทที่ผลิตเครื่องจักรในการผลิตชิปที่ออกแบบ การส่งเสริมผลักดันผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทางด้านเซมิคอนดักเตอร์ จึงมุ่งเน้นไปยังอุตสาหกรรมต้นน้ำเพิ่มมากขึ้น โดยทางสมาคมพร้อมจะผลักดันสนับสนุนทั้งผู้ประกอบการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของห่วงโซ่อุปทาน  และจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการสื่อสารไปยังหน่วยงานต่างๆ โดยสมาคมมุ่งมั่นจะปิดช่องว่างที่เป็นจุดอ่อนในอุตสาหกรรม 


คุณวิรัตน์ ศรีอมรกิจกุล

นอกจากนั้นทางสมาคมจะเป็นศูนย์กลางของเครือข่าย เพื่อให้สมาชิกได้ทำความรู้จักแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แม้ในปัจจุบันนั้น สมาชิกส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มาจากลงทุนของต่างชาติ ทุกบริษัทย่อมถือความความลับของบริษัทแม่เป็นสำคัญ  แต่ในความเป็นจริง ทุกบริษัทสามารถแบ่งปันและทำงานร่วมกันได้ เช่น แทนที่ต่างบริษัทต่างพัฒนานวัตกรรมหรือบุคลากร การมารวมกันในนามสมาคม ทำให้สามารถเข้าไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อพัฒนาทักษะนักศึกษาด้านเซมิคอนดักเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ร่วมกันได้


ทางสมาคมยังมีแผนการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น จัดสัมมนาให้ข้อมูลตลาดอุตสาหกรรมในปัจจุบันและแนวโน้มตลาดในอนาคต รวมถึงมีจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างเสริมความเข้าใจในเทคโนโลยีต่างๆ มีโครงการฝึกฝนเพิ่มพูนทักษะและฝึกทักษะใหม่ รวมไปถึงเป็นผู้ให้คำปรึกษาช่วยเหลือสำหรับบริษัทที่เกิดปัญหาในการดำเนินธุรกิจ  เพื่อให้อุตสาหกรรมขับเคลื่อนและเติบโตได้อย่างราบรื่น


ในส่วนของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ  ทางสมาคมได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ระยะสั้นด้วยแผนการอุดช่องว่างในห่วงโซ่อุปทานในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การสร้างคลังข้อมูลไม่ว่าจะเป็นของบริษัทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ ความพร้อมของสาธารณูปโภคในแหล่งอุตสาหกรรม รวมถึงการจัดอบรมพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน โดยสร้างแรงจูงใจให้กับบริษัทที่เข้าร่วมด้วยสิทธิ์การหักลดหย่อนภาษีต่างๆ เป็นต้น


แผนการในระยะกลางจะมีการพัฒนาและยกระดับเขตอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ที่พรั่งพร้อมด้วยระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญ เช่น ระบบไฟสำรอง ระบบน้ำ การจัดการของเสีย โลจิสติกส์ พร้อมจัดทำระบบบริการอนุญาตแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว (Single-Window Permitting ) ในขณะเดียวกันจะมีการเปิดโรงงานต้นแบบเกี่ยวกับการออกแบบวงจรรวม (Pilot Fab) ในศักยภาพที่ไทยสามารถลงทุนได้  รวมถึงขยายจุดแข็งทางด้าน OSAT และ การให้บริการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Manufacturing Subcontractor - EMS)  ให้เติบโต เพื่อเป็นฐานให้แข็งแกร่งและแข่งขันกับจีนที่กำลังเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้  จากนั้นจะมีตั้งกองทุนระดับชาติด้านการออกแบบชิป (Chip-Design Fund) ในรูปแบบทุนสนับสนุนและการร่วมลงทุน ร่วมถึงให้การสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายในอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตเวเฟอร์ (Multi-project wafers (MPW) และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการออกแบบวงจรรวม (EDA Tools)


ในส่วนของแผนระยะยาว ทางสมาคมวางแผนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เติบโตขึ้นเมื่อมีการพัฒนาทักษะของแรงงาน และมีฐานซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ด้วยการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้นในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ เช่น การออกแบบวงจรอนาล็อก ระบบกักเก็บพลังงาน  โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ การบรรจุขั้นสูงด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย  จากนั้นจะมีการขยายศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) โดยสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อการทดสอบกระบวนการผลิต การบรรจุ และการทดสอบความทนทานของชิปเซมิคอนดักเตอร์ ก่อนจะก้าวไปสู่การเป็น  IP HUB หรือการแชร์สิทธิบัตรต่างๆ ให้เกิดขึ้นได้ในประเทศ


สมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์

สำหรับนโยบายในการในการผลักดันอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ให้เทียบเท่าสากลนั้น   ทางสมาคมได้มีการประสานงานทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อดึงอุตสาหกรรมต้นน้ำให้เกิดการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานภาครัฐในการกำหนดทิศทางการส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยวางเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางผู้นำ(Leader Hub) ทางด้านนวัตกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงให้ เพื่อก้าวไปสู่มาตรฐานการเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับโลก (World Class Manufacturing)


อีกปัจจัยที่สำคัญคือการพัฒนาบุคลากรภายในประเทศ ให้มีความสามารถและมีความเชี่ยวชาญทางด้านเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้น โดยในเบื้องต้นทางสมาคมได้เซ็นสัญญาบันทึกความเข้าใจร่วมกัน หรือ MOU (Memorandum of Understanding) กับ 10 มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันออกแบบหลักสูตรที่ตอบสนองกับภาคอุตสาหกรรม นอกจากนั้นภาคเอกชนจะร่วมสนับสนุนเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์สำหรับการเรียนรู้

 รวมถึงมีการเข้าร่วมประชุมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และมหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา (ASU) ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำของสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อเสียงด้านความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานร่วมกัน  และยังมีการเซ็น MOU กับ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม รวมถึงกับมาเลเซียในการพัฒนาบุคลากร  โดยตั้งเป้าที่จะผลิตบุคลากร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่ให้สามารถเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen) ที่สร้างประโยชน์โดยไม่จำกัดแค่ในประเทศตนเองจำนวน  80,000 คน แบ่งเป็นส่งเสริมทักษะใหม่ (NewSkill) 50,000 คน และเพิ่มพูนทักษะ (ReSkill) อีก 30,000 คน ภายในปี 2030


นอกจากนั้น ทางสมาคมยังได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นประเทศต้นแบบในการพัฒนาความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม เนื่องจากประเทศเนเธอแลนด์มีสัดส่วนในการเป็นเจ้าของอุตสาหกรรมด้านนี้ถึงร้อยละ 70  และเป็นของต่างชาติร้อยละ 30  ในขณะที่ประเทศไทยนั้น สัดส่วนการเป็นเจ้าของอุตสาหกรรมในประเทศนั้นต่ำกว่าร้อยละ 10  นอกนั้นเป็นการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งวิสัยทัศน์ในการพัฒนาดังกล่าวนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย ที่จะทำให้ประเทศไทยมีสัดส่วนในการเป็นเจ้าของอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น 

  

ทางด้านความคาดหวังของสมาคมต่อหน่วยงานภาครัฐ คุณวิรัตน์กล่าวย้ำว่า หน่วยงานภาครัฐถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ต้องการการสนับสนุนทั้งทางด้านนโยบาย เม็ดเงินในการลงทุนวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมในขั้นตอนต่างๆ   โดยในปัจจุบันทางสมาคมได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ( BOI)  และคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  ในการช่วยสนับสนุนส่งเสริมอุตสาหกรรมให้มีการการวิจัยและพัฒนาให้เกิดขึ้นในประเทศ แต่ยังขาดในเรื่องของนโยบายแห่งชาติซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางที่มั่นคง แน่นอน และต่อเนื่อง ซึ่งการก่อตั้งสมาคมขึ้นมาในครั้งนี้ เพื่อสานต่อนโยบายและโครงการจากหน่วยงานภาครัฐให้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม 


โดยทางสมาคมมีแผนในการนำเสนอการสร้างชิปแห่งชาติ (National Ship) และขอความร่วมมือจากภาครัฐฯ ในการสนับสนุนซื้อสินค้าที่มีชิปแห่งชาตินี้ รวมถึงสนับสนุนภาคเอกชนที่อุดหนุนผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยชิปแห่งชาติ เพื่อสร้างอุปสงค์และอุปทานให้เกิดขึ้นได้ภายในประเทศ โดยชิปเมดอินไทยแลนด์นี้ สามารถผลิตเพื่อนำมาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงแก้ไขปัญหาทางด้านภูมิรัฐศาสตร์  (Geopolitics) ได้   เช่น ชิปจ่ายพลังงาน (Power Devices) สามารถใช้ในอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป ชิปป้องกันความปลอดภัย (Security Chip IC) ฝั่งตัวในบัตรประจำตัว หรือบัตร คุณวุฒิ ประกอบวิชาชีพเฉพาะทาง เช่น แพทย์ พยาบาล ทนายความ ตำรวจ หรือใบรับรองปริญญา บัตรต่างๆ  ซิปจัดการบริหารพลังงาน หรือชิปประหยัดพลังงาน ใช้ในอุปกรณ์ IOT หรือเครื่องข่ายความเร็วสูง ชิปโฟโตโทรนิกส์ ใช้ในอุตสาหกรรม Data Center ซิปเมดอินไทนแลนด์ ใช้ติดสินค้าเพื่อป้องกันการสวมสิทธ์เพื่อการส่งออก (Transhipment) ชิปป้องกันโดรนเพื่อการเกษตร หรืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อไม่ผู้รุกรานเจาะเข้าระบบได้ 

  

โดยชิปแห่งชาติที่ท่านนายกสมาคมได้ยกตัวอย่างขึ้นมานั้น เป็นชิปที่สามารถผลิตได้ในต้นทุนและเทคโนโลยีที่ไม่สูงมาก แต่สามารถใช้ได้ในวงกว้างและเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพิ่มเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศของอุตสาหกรรม ซึ่งจะเกิดขึ้นได้นั้น ล้วนต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐกับภาคเอกชนเป็นสำคัญ

  

ทั้งนี้ หากวิสัยทัศน์ข้างต้นสามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถก่อให้เกิดขึ้นประโยชน์มหาศาลต่อประเทศ โดยคุณวิรัตน์ได้กล่าวขยายความไว้ว่า ในปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ซื้อ ไม่ใช่ผู้ผลิต หากในอนาคตโลกต้องเผชิญหน้ากับวิกฤต หรือมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest)  และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ อาจทำให้ประเทศไทยถูกกีดกันทางการค้า ไม่สามารถนำเข้าหรือส่งออกได้ ซึ่งการส่งเสริมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้ครอบคุลมทั้งระบบนิเวศ  โดยเฉพาะการพัฒนาองค์ความรู้ การวิจัยและการผลิตให้เกิดขึ้นได้ในเมืองไทย หมายถึงเราสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง นอกจากจะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ให้กับประเทศชาติ 


ยิ่งไปกว่านั้น อุตสาหกรรมทางด้านเซมิคอนดักเตอร์มีแนวโน้มที่จะเติบโตและสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศได้ เพราะในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะโดดเด่นในเรื่องอุตสาหกรรมปลายน้ำ แต่มูลค่าการส่งออกก็สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 7 เดือนแรกของปี 2025 นี้ ประเทศไทยส่งออกไปแล้วกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกอาจสูงถึง 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2025 


อย่างไรก็ตาม แม้ในปัจจุบันประเด็นการกีดกันทางการค้า อาจไม่ได้สร้างผลกระทบในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยมากนัก เพราะบริษัทส่วนใหญ่มาจากลงทุนของบริษัทแม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ทางสหรัฐอเมริกาจึงให้การยกเว้นภาษี แต่หากในอนาคต ประเทศไทยสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้สามารถเกิดขึ้นได้ภายในประเทศ อาจเลี่ยงไม่ได้ถึงผลกระทบ ทางสมาคมจึงคาดหวังให้หน่วยงานภาครัฐมีการส่งเสริมด้านการเปิดตลาดไปยังประเทศใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงผลที่อาจตามมา  รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นคงในการส่งออกของอุตสาหกรรมไทย


สุดท้ายนี้ คุณวิรัตน์ได้ฝากไปถึงผู้ประกอบการด้านเซมิคอนดักเตอร์ว่า การที่เรามุ่งเน้นในการส่งเสริมอุตสาหกรรมต้นน้ำนั้น เพื่อการขับเคลื่อนสมาคมให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและทัดเทียมกับภูมิภาค  รวมถึงให้ทันกับโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ทางสมาคมจึงอยากเรียนเชิญผู้ประกอบการทางด้านเซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมดในประเทศไทย ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของทางสมาคม เพื่อที่เราจะร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหาในการดำเนินธุรกิจ และเป็นตัวแทนที่ส่งสารไปยังภาครัฐในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ อีกทั้งสมาคมจะเป็นทำหน้าที่เป็นตัวแทนภาครัฐในการเชิญชวนนักลงทุนจากต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งการที่เราได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการมากเท่าไหร่ ยิ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งของสมาคมมากขึ้นเท่านั้น เพื่อที่เราจะสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำให้เติบโต เสริมสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้สามารถแข่งขันกับต่างชาติ และก้าวไปสู่เป้าหมายในการเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกัน

ความคิดเห็น


LATEST

พื้นที่ลงโฆษณา
Answer News

Call Us On

บริษัท เอ็มทีเอส คอนเนคชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด

Contact Us

  • Facebook
  • X
  • Youtube
  • TikTok

Follow us

Answer News Industrial ©2025 MTS Connections Groups Co.,Ltd สงวนลิขสิทธิ์

Answer News

Call Us On

บริษัท เอ็มทีเอส คอนเนคชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด

Contact Us

  • Facebook
  • X
  • Youtube
  • TikTok

Follow us

bottom of page