เปิดแผนธุรกิจ “KC Concrete Group” พร้อมโชว์ความสำเร็จก้าวสู่ 6 ทศวรรษ

“KC Concrete Group” กับผลงานความสำเร็จตอกย้ำการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชาติ ด้วยผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปคุณภาพที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งต่อธุรกิจสู่ผู้บริหารรุ่นใหม่ ชูนโยบายนำเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ทันสมัยมาเสริมแกร่งธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง
ดร.สุรเดช จิรัฐิติเจริญ ประธานกรรมการบริหาร (Chairman & Founder) และผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท เค.ซี.คอนกรีต พร้อมด้วยคุณณัฐพงศ์ จิรัฐิติเจริญ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท เค.ซี. คอนกรีต ผู้เชี่ยวชาญและผู้ผลิตรายใหญ่ในธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จและผลิตภัณฑ์คอนกรีตในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Answer News Industrial Magazine เกี่ยวกับความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจก้าวสู่ 60 ปีอย่างมั่นคง

โดย ดร.สุรเดช เปิดเผยว่า จากจุดเริ่มธุรกิจภายใต้ชื่อ “ห้างหุ้นส่วนจำกัดนายโค้งก่อสร้าง” เมื่อปี 2512 ซึ่งเป็นธุรกิจของคุณพ่อที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้าง และเมื่อตนเองได้สำเร็จการศึกษาทางด้านสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ในขณะนั้น) จึงได้กลับมารับบริหารและสานงานต่อ
ขณะเดียวกัน ด้วยความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่มองเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจและต่อยอดจากธุรกิจที่มีอยู่แล้ว จึงได้ก่อตั้ง บริษัท เค.ซี.คอนกรีต จำกัด เมื่อปี 2538 เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จ เป็นการต่อยอดจากความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ทางด้านงานก่อสร้าง สู่การเป็นผู้ผลิตคอนกรีตและผลิตภัณฑ์คอนกรีตคุณภาพมาตรฐาน รองรับต่อความต้องการของผู้รับเหมาในพื้นที่และได้เริ่มขยายสู่การรับงานก่อสร้างในระดับประเทศ
“สิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่ทำให้เราสามารถเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง คือ ความซื่อสัตย์ ต่อลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งเป็นส่วนที่สร้างความไว้วางใจในการทำธุรกิจร่วมกัน ตลอดจนการมอบสินค้าที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานในราคาที่เป็นธรรม โดยเราเป็นทั้งผู้ขาย (วัสดุก่อสร้าง) และผู้ใช้ (ผลิตภัณฑ์คอนกรีต) จึงทำให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่ผู้ซื้อและผู้ใช้ต้องการอะไร รวมถึงการบริการต่างๆ จึงทำให้ลูกค้าเกิดการซื้อซ้ำและทำธุรกิจร่วมกันมาอย่างยาวนาน” ดร.สุรเดชกล่าว
“ผลงานความภาคภูมิใจในการดำเนินธุรกิจ คือ การเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชาติ เราเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีตคุณภาพในหลากหลายโครงการที่ภาครัฐลงทุน ซึ่งมีความสำคัญในการพัฒนาพื้นที่และระบบคมนาคม สร้างความมั่นคงให้กับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ”

ด้านคุณณัฐพงศ์กล่าวต่อว่า ตนในฐานะผู้บริหารรุ่นที่ 3 มีนโยบายในการสานต่อแผนธุรกิจเดิมและพัฒนาธุรกิจสู่งานรับเหมาที่มีขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น ขยายงานภาคเอกชนและเพิ่มลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสรรหาธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร อีกทั้งการบริหารจัดการระบบภายในองค์กรให้มีมาตรฐานและมีความเป็นมืออาชีพ
ประกอบกับตลอดปี 2568-2569 ที่ผ่านมา นอกจากการรับงานโครงการก่อสร้างสะพานแล้ว บริษัทยังได้เพิ่มงานในส่วนของการรับงานฐานรากของอาคารมากขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่การบริการสำรวจพื้นที่หน้างาน การลงเสาเข็ม ซึ่งเป็นการให้บริการลูกค้าที่
ต่อยอดจากผลิตภัณฑ์เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กและดูแลจนจบงานฐานราก โดยโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ อาทิ โครงการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม บ่อวิน จ.ชลบุรี, โครงการก่อสร้างโรงงานนิคมบ่อทอง 33 จ.ปราจีนบุรี และโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล (National Power Plant 12) จ.ปราจีนบุรี
KC CONCRETE GROUP KC CONCRETE GROUP KC CONCRETE GROUP KC CONCRETE GROUP KC CONCRETE GROUP
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจบริษัทได้เล็งเห็นถึงสถานการณ์ในปัจจุบันที่ผู้ประกอบการจะเติบโตได้จะต้องมีการนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกันจึงจะทำให้สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยการดำเนินการควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ในปัจจุบันบริษัทได้เริ่มพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ให้กับพนักงาน เพื่อสามารถนำมาปรับใช้กับงานได้
“ปัจจุบัน เราส่งเสริมให้พนักงานใช้ AI ได้อย่างคล่องแคล่วและเรียนรู้วิธีการคิดแบบ AI ด้วยเช่นกัน นอกจากสามารถใช้งาน AI ได้ประสิทธิภาพสูงแล้ว ยังช่วยให้มีระบบการทำงานภายใต้จุดมุ่งหมายเดียวกัน และพนักงานแต่ละฝ่ายสามารถวิเคราะห์และนำข้อมูลไปดำเนินการต่อ ทั้งนี้ จากแผนงานดังกล่าวได้ประสบความสำเร็จไปในระดับเริ่มต้น ซึ่งงานบางอย่างที่ได้คิดไว้ในอดีตสามารถนำมาวิเคราะห์และเห็นผลได้จริง และยังคงมุ่งพัฒนาบุคลากรในขั้นตอนต่อไป” คุณณัฐพงศ์กล่าว
KC CONCRETE GROUP การก่อสร้างสะพานหัวหิน
จากจุดเริ่มต้นในการบริหารของคุณพ่อจนมาถึงรุ่นของผม กลุ่มบริษัท เค.ซี. คอนกรีต สามารถผ่านพ้นวิกฤติและอุปสรรคมามากมาย อาทิ วิกฤตต้มยำกุ้ง (พ.ศ. 2540), วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (พ.ศ. 2551), มหาอุทกภัย (พ.ศ. 2554) และวิกฤตการณ์โควิด-19 เป็นต้น และในอนาคตเรายังไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายอะไรใหม่ๆ ดังนั้น ในปัจจุบันจึงต้องเตรียมความพร้อมให้กับทีมงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และปฏิบัติให้เก่งในหลายๆ ด้าน เพื่อรองรับกับความท้าทายที่จะเข้ามาและสามารถผ่านไปได้อย่างแข็งแกร่ง
ดร.สุรเดชกล่าวต่อถึงแนวทางในการบริหารองค์กรและบุคลากรว่า ด้วยรูปแบบการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท เค.ซี. คอนกรีต ที่เป็นการทำงานร่วมกันกับพนักงานหลายคนหลายฝ่าย ทุกคนจึงต้องรู้หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบของตนเองภายใต้เป้าหมายความสำเร็จร่วมกัน อีกทั้ง ด้วยบุคลากรต่างใช้ชีวิตร่วมกันในสำนักงานมากกว่าอยู่บ้าน ทุกคนจึงเปรียบเสมือนคนในครอบครัวที่มาทำงานร่วมกัน มีความเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน และสิ่งใดที่อาจจะเป็นช่องว่างทีมงานก็จะช่วยกันป้องกันและแก้ไข เพื่อให้การทำงานก้าวสู่ความสำเร็จไปด้วยกัน
ส่วนคุณณัฐพงศ์ กล่าวว่า ตนในฐานะผู้บริหารรุ่นที่ 3 ที่จะเข้ามาบริหารงานต่อนโยบายการบริหารงานแบบครอบครัว ที่ตนเองมองว่าเป็นนโยบายที่ดี แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยเพื่อนร่วมงานและส่งมอบความหวังดีต่อกัน ซึ่งอาจจะต้องนำมาปรับให้เหมาะสมและทันสมัย มีการมอบหมายงานให้ดูแลรับผิดชอบโครงการ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และปฏิบัติงานจริง จึงจะเกิดความเข้าใจและมีความรู้สึกที่เป็นเจ้าของงานอย่างภาคภูมิใจ นอกจากการสานต่อนโยบายดังกล่าวแล้ว ตนยังคงต้องหากลยุทธ์และวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้ศักยภาพของทีมงานสามารถรองรับกับขนาดงานที่ใหญ่ขึ้นด้วย
KC CONCRETE GROUP การก่อสร้างสะพานลพบุรี KC CONCRETE GROUP การก่อสร้างสะพานลพบุรี KC CONCRETE GROUP การก่อสร้างสะพานลพบุรี KC CONCRETE GROUP การก่อสร้างสะพานลพบุรี KC CONCRETE GROUP การก่อสร้างสะพานลพบุรี KC CONCRETE GROUP การก่อสร้างสะพานลพบุรี
ผู้บริหารทั้งสองท่านได้กล่าวตอกย้ำถึงความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจว่า หนึ่งในผลงานที่สร้างชื่อให้กับบริษัทคืองานสะพาน ที่ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์คุณภาพ มาตรฐาน การควบคุมการผลิตและการบริหารจัดการหน้างานอย่างรอบด้าน ซึ่งผู้รับเหมางานสะพานในประเทศมีจำนวนไม่มาก กลุ่มบริษัท เค.ซี. คอนกรีต เป็น 1 ในผู้รับเหมาที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลรับผิดชอบมาหลายโครงการและผ่านการพิสูจน์คุณภาพมากว่า 10 ปี ด้วยคุณภาพมาตรฐาน ได้รับการควบคุมการผลิตและตรวจสอบจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ รวมถึง การบริการและการส่งมอบที่ตรงเวลา ช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าและเลือกใช้บริการมาอย่างยาวนาน

ขณะเดียวกัน บริษัทยังให้ความสำคัญในด้านของสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญ "เติบโตคู่ชุมชน" ผ่านกิจกรรม “1 คิวผลิต = 1 บาทบริจาค” เป็นกิจกรรมทุก 1 คิวคอนกรีตที่ KC ผลิต จะร่วมส่งต่อ 1 บาท โดยนำเงินที่ได้มาเป็นงบประมาณเพื่อสนับสนุนและพัฒนาชุมชนตามหน่วยงานและสถานที่ต่างๆ ต่อไป
“การทำกิจกรรม CSR ได้ถูกบูรณาการเข้าร่วมกับนโยบายของบริษัท เพราะด้วยบริบทแล้ว หากเมืองโต จังหวัดโต ผู้ประกอบการก็จะโตตามไปด้วย เราจึงอยากทำให้จังหวัดของเราเจริญ เมื่อเจริญแล้วทุกคนก็จะมีความสุขร่วมกัน”
ผู้บริหารทั้งสองท่านกล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา บริษัทได้รับความไว้วางใจด้วยดีมาอย่างต่อเนื่อง บางงานที่ได้รับผิดชอบมีขนาดใหญ่และมีความยากขึ้น แต่สามารถผ่านพ้นมาได้ ด้วยการได้รับความช่วยเหลือจากซัพพลายเออร์ ที่แบ่งปันองค์ความรู้ เทคนิคที่ถนัดและเชี่ยวชาญ ทำให้ประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย บริษัทมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่มีพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีและหวังว่าจะร่วมงาน ร่วมกันเติบโตกันต่อไปอีกยาวนาน
KC CONCRETE CSR KC CONCRETE CSR KC CONCRETE CSR
สำหรับสิ่งที่อยากจะฝากนักลงทุนและผู้อ่าน Answer News Industrial ด้วยกลุ่มบริษัท เค.ซี.
คอนกรีต ไม่ได้รับเพียงแค่งานภาครัฐอย่างเดียว งานในกลุ่มภาคเอกชนก็รับด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะงานฐานรากที่รองรับกับการก่อสร้างอาคารโรงงานหรือสำนักงาน และฝากติดตามช่อง “KC Concrete” ทางโซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อไม่พลาดคอนเทนต์ดีๆ ที่จะมอบความรู้และมุมมองช่วยให้เติบโตไปด้วยกัน

















ความคิดเห็น