TPIA พร้อมเสริมแกร่งสู่การแข่งขันในเวทีสากล
“วิเชียร เล็กวิจิตรธาดา” นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย หรือ TPIA โชว์วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของสมาคมที่พร้อมขับเคลื่อนสมาชิกก้าวสู่การค้าการแข่งขันในเวทีระดับโลก ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ควบคู่กับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

คุณวิเชียร เล็กวิจิตรธาดา นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย (Thai Plastic Industries Association : TPIA) ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Answer News Industrial Magazine ว่า สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย เป็นสมาคมที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นองค์กรที่ช่วยส่งเสริมสมาชิกผู้ประกอบการอุตสาหกรรมพลาสติกให้เกิดความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน โดยทางสมาคมฯ จะเป็นศูนย์กลางของแหล่งข้อมูล ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น
ตลอดจน การประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชนด้วยกันหรือภาครัฐ ในการสะท้อนปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ ของสมาชิกที่เกิดขึ้น รวมทั้ง หากภาครัฐมีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับพลาสติก สมาคมฯ มีหน้าที่ในการสร้างความเข้าใจให้ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกได้ทราบและหาข้อตกลงร่วมกันในการกำหนดนโยบายที่ภาคเอกชนสามารถปฏิบัติได้ และก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน
สำหรับยุทธศาสตร์สำคัญของทางสมาคมแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
1. เน้นการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้ ด้วยการสร้างองค์ความรู้ การให้ข้อมูลเชิงลึก และการแนะนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อให้สมาชิกได้นำไปประยุกต์ใช้และพัฒนารองรับการแข่งขันของของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. การทำงานในรูปแบบการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่และพัฒนาพลาสติกที่สามารถตอบโจทย์ต่อเทรนด์ในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
3. ประสานหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันพัฒนาและหาแนวทางในการกำหนดนโยบายใหม่ ๆ ที่มีความถูกต้องเหมาะสม และผู้ประกอบการสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

ด้านโครงการหรือกิจกรรมที่มีการดำเนินการในปัจจุบัน นอกเหนือจากการจัดกิจกรรมด้านวิชาการ ประชุม และสัมมนาแล้ว สมาคมฯ ยังมีการติดตามในเรื่องของการกำหนดกฎระเบียบและกฎหมายใหม่ที่จะมีการประกาศใช้ เช่น การกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ผลิตภัณฑ์พลาสติก, มอก. เม็ดพลาสติก ซึ่งจะมีผลต่อผู้ประกอบการภายในประเทศและกลุ่มผู้ส่งออกค่อนข้างมาก
“การกำหนด มอก. เม็ดพลาสติก อาจทำให้เกิดการชะลอตัวของการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เนื่องจากเม็ดพลาสติกบางชนิดไม่มีผลิตในประเทศไทยซึ่งจะมีระยะเวลาในการทำเรื่องขออนุญาต อย่างไรก็ตาม ในส่วน มอก. ผลิตภัณฑ์พลาสติก ทางสมาคมฯ ได้เล็งเห็นว่าเป็นมาตรฐานที่จะก่อให้เกิดประโยชน์และสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคเป็นหลัก จึงพยาพยามเร่งผลักดัน เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ให้มีมาตรฐานและความปลอดภัยที่มากยิ่งขึ้น” คุณวิเชียรกล่าว
คุณวิเชียรกล่าวต่อถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมพลาสติกว่า ในปี 2569 มองว่า ตลาดในประเทศมีการเติบโตที่น้อย ดังนั้นผู้ประกอบการควรหาตลาดใหม่ ๆ นอกโซนเอเชีย เนื่องจากสินค้าราคาถูกจากเมืองจีนเข้ามาแข่งในทุกตลาด ดังนั้น จึงควรมองไปที่ตลาดในโซนตะวันออกกลางหรือแอฟริกาที่อยู่ในช่วงการเติบโตและมีความคล้ายคลึงกับตลาดของไทยเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากสามารถเข้าไปเปิดตลาดได้ก่อนก็จะได้เปรียบทางการค้ามากขึ้น
ขณะเดียวกัน ด้านปัญหาแรงงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการอาจจะต้องเริ่มมีการปรับเปลี่ยนนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเข้ามาช่วยและจริงจังมากขึ้น และหากเกิดการห้ามใช้แรงงานจากประเทศกัมพูชาจะยิ่งทำให้ความต้องการด้านแรงงานเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่อาศัยแรงงานเป็นหลักจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถแข่งขันได้และควบต้นทุนในการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

คุณวิเชียรกล่าวปิดท้ายว่า ผู้ประกอบการท่านใดที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก ทางสมาคมฯ ขอเชิญชวนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมพลาสติกร่วมเป็นสมาชิก เพื่อรับสิทธิประโยชน์ ทั้งในเรื่องของข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริง องค์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการวางแผนรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการในสมาคมได้สร้างเครือข่ายทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น มีการแลกเปลี่ยนความคิด องค์ความรู้ และวิสัยทัศน์ที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจซึ่งกันและกัน
“ขอขอบคุณ Answer News ที่ให้เปิดโอกาสให้ทางสมาคมฯ ได้แสดงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างเต็มที่ของสมาคมฯ ซึ่งได้ร่วมเดินหน้าร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมให้ยั่งยืนและผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันและก้าวสู่ตลาดโลกได้ต่อไป
นอกจากนี้ อยากฝากผู้ประกอบการทุกท่านให้ติดตามข่าวสาร เทคโนโลยี หรือกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด โดยเฉพาะกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและอีกหลายฉบับที่อาจจะมีผลกระทบกับธุรกิจอยู่บ้าง และเชิญชวนเข้าร่วมสมาคมเพื่อที่จะได้รับข่าวสารที่ถูกต้องและรวดเร็ว สามารถนำไปวางแผนได้ทันท่วงที” คุณวิเชียรกล่าว

















ความคิดเห็น