MDTM มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านเครื่องมือแพทย์และเครื่องมือวิทยาศาสตร์

MDTM ตอกย้ำคุณภาพผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ด้วยความมุ่งมั่นในการวิจัย พัฒนา และผลิตสินค้านวัตกรรมให้ครอบคลุมต่อความต้องการใช้งาน พร้อมขับเคลื่อนวงการการแพทย์ไทย สู่การเป็น Medical Hub ในระดับสากล

คุณอภินันท์ สังขธรรมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มดีที แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด หรือ MDTM ผู้ผลิตและจำหน่าย เครื่องมือแพทย์และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ให้สัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจว่า บริษัท เอ็มดีที แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เป็นบริษัทลูกของบริษัท เมดิทอป จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและผลิตเครื่องมือแพทย์และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ชั้นนำของประเทศ ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่เห็นถึงโอกาสสำคัญในการดำเนินธุรกิจจึงได้มีการขยายธุรกิจที่เกี่ยวกับการพัฒนาวงการเครื่องมือแพทย์และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ให้ครอบคลุมมากขึ้น
บริษัท เอ็มดีที แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด จึงมีจุดเริ่มต้นมาจากหน่วยวิจัยและผลิตเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และวัสดุกลุ่มน้ำยาเคมีภัณฑ์ด้วยการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสามารถวิจัยและผลิตสินค้า ได้หลากหลาย และมีการตอบรับในด้านความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูง จึงได้มีการจัดตั้งบริษัทขึ้นเพื่อให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ได้ครบวงจร ซึ่งได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในปี 2564 และก่อตั้งโรงงานในปี 2567 ปัจจุบันดำเนินธุรกิจสู่ปีที่ 5 อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในการจัดตั้งบริษัทที่มุ่งมั่นในการวิจัย พัฒนา และผลิตสินค้านวัตกรรมและการบริการให้สามารถตอบโจทย์กับลูกค้าและผู้ใช้บริการภายใต้มาตรฐานคุณภาพสากล ในระยะสั้น (ปี 2564-2569) บริษัทจะเน้นการวางรากฐานองค์กรและโรงงานให้มีความเป็นระบบ เพื่อรองรับจำนวนประเภทสินค้าและกระบวนการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
ส่วนแผนธุรกิจในระยะกลาง (2570-2573) นอกจากการขยายตลาดเครื่องมือแพทย์แล้ว บริษัทจะเพิ่มตลาดในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม กลุ่มปศุสัตว์ และกลุ่มประมง ด้านแผนระยะยาว จนถึงปี 2578 บริษัทมีแผนที่จะขยายตลาดในระดับสากลมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งในปัจจุบันได้มีการขยายตลาดในประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียนและเอเชียใต้ จึงมีแผนที่จะขยายไปในอีกหลายประเทศทั่วโลกต่อไป

คุณอภินันท์กล่าวต่อว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นจุดเด่นและจุดแข็งของบริษัทจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
1. ส่วนผลิตภัณฑ์ บริษัทมีความเชี่ยวชาญในเรื่องอุปกรณ์การแพทย์ที่เกี่ยวกับกระบวนการฟอกไตและอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่อง อาทิเช่น เครื่อง Kidney Kleen เป็น เครื่องล้างตัวกรองไตเทียมอัตโนมัติ (Dialyzer Reprocessor) ที่มีจุดเด่นในเรื่องการใช้งานช่วยให้การล้างกระบอกไตเทียมสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ช่วยลดภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และเครื่อง TOPPURE เป็นเครื่องผลิตน้ำ ระบบ REVERSE OSMOSIS (RO) ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ตอบโจทย์การใช้งานในหลากหลายพื้นที่ สะดวกต่อการใช้งาน มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มน้ำยาทำความสะอาดฆ่าเชื้อ อาทิเช่น Peracetic Acid ที่ใช้ในเครื่องมือแพทย์หรือในอุตสาหกรรม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการวิจัยเพื่อต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมข้างเคียง และยังมีระบบบริการผู้ป่วยอัจฉริยะ (M-Link) เป็น ชุด Smart OPD ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยในการส่งข้อมูลของผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการจัดการผู้ป่วยของโรงพยาบาลโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะเชื่อมต่อกับเครื่องมือแพทย์และส่งข้อมูลของผู้ป่วยเข้าสู่ระบบของโรงพยาบาล
2. ส่วนของกระบวนการ บริษัทมีความโดดเด่นในเรื่องกระบวนการผลิตที่ใช้ระยะเวลาในการบ่มสารเคมีที่สั้นกว่าทั่วไป ทำให้สามารถผลิตได้รวดเร็ว รวมทั้งการนำระบบดิจิทัลอัตโนมัติมาใช้ในการควบคุมการเปิดปิดวาล์ว เพื่อให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งานยิ่งทำให้การสรุปข้อมูลและวัดผลมีประสิทธิภาพรวดเร็ว ควบคู่กับการสร้างบุคลากร สร้างทีมงาน และการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมให้เติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

คุณอภินันท์กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่มีมากกว่า 30 ปี ทำให้บริษัทมีความชำนาญเฉพาะด้านและมีทีมที่แข็งแกร่งสามารถวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และเครื่องมือให้เป็นที่ยอมรับได้ในระดับสากล พร้อมรองรับในการก้าวสู่ Medical Hub ซึ่งยังเป็น โอกาสเติบโตที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐและเอกชนในการผลักดันและยกระดับการแพทย์ไทยสู่ Global Health Awareness ในอนาคตต่อไป

นอกจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์และเครื่องมือทางการแพทย์คุณภาพ ที่ผ่านการรับรองมาตรสากล ทั้ง ISO 9001 และ ISO 13485 แล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญในด้าน ESG ด้วยแนวทางที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้กระดาษเน้นระบบดิจิทัล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ, การผลิตสินค้าและการให้บริการที่ตอบโจทย์ต่อการใช้งานของลูกค้าและผู้รับการบริการ และการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล มีความโปร่งใส และมีจริยธรรม คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียครบทุกมิติ
“แรงผลักดันของเรา คือ การที่เกิดมาครั้งหนึ่ง เราควรทำในสิ่งที่มีค่าต่อโลกใบนี้ เราต้องการช่วยเหลือผู้ป่วย ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้พ้นจากการเจ็บป่วยด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย ซึ่งเราไม่สามารถทำได้เพียงคนเดียว จึงอยากเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยหรือการเข้ามามีส่วนในการพัฒนา สามารถติดต่อและแลกเปลี่ยน เพื่อร่วมกันยกระดับการแพทย์ไทยสู่ระดับสากลอย่างแข็งแกร่งต่อไป” คุณอภินันท์กล่าว

















ความคิดเห็น