top of page
พื้นที่ลงโฆษณา

LATEST

!!!เปิดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย

  • รูปภาพนักเขียน: answernewsonline
    answernewsonline
  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

Answer News Industrial Magazine ฉบับนี้ มีโอกาสพิเศษเข้าสัมภาษณ์คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ของสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย (TGMA) (วาระ 2569 – 2571) นำโดย คุณชลัมพล โลทารักษ์พงศ์ นายกสมาคม, คุณโจนาธาน ศรีสุภรวาณิชย์ อุย อุปนายก, คุณธมลวรรณ วิโรจน์ชัยยันต์ อุปนายก และคุณกิติพงศ์ เหล่าประภัสสร เลขาธิการ ร่วมกันเปิดวิสัยทัศน์ พร้อมทิศทางการขับเคลื่อนกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของประเทศไทย


 

         คุณชลัมพล โลทารักษ์พงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย (TGMA) พร้อมคณะกรรมการบริหาร กล่าวว่า สมาคมฯ มีนโยบายในการ Up Value หรือการเพิ่มมูลค่าของสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย เราไม่ได้ดูในเรื่องของยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่จะดูในเรื่องของการเติบโตราคาขายต่อชิ้น ด้วยนโยบายที่เรามีถ้าสามารถเพิ่มราคาขายต่อชิ้น เราต้องมีการ Up Value ของ OEM ไปสู่แบรนด์ที่มีมูลค่าที่สูงขึ้น ควบคู่กับการพัฒนา ODM การยกระดับเป็นการ ODM กับ OBM ขึ้นไป ซึ่งเป็นนโยบายหลักของสมาคมในช่วงระยะเวลา 2 ปีนี้


            ด้วยสถานการณ์ตลาดของประเทศไทยปัจจุบันอยู่ระหว่างประเทศที่มีมูลค่าสูงกว่า เช่น ไต้หวัน และเกาหลี กับประเทศที่มีค่าแรงที่ต่ำกว่า คือ เวียดนาม กับ บังกลาเทศ ส่วนประเทศจีน ไม่ใช่คู่แข่งของประเทศไทย เนื่องจากค่าแรงของประเทศจีนที่มากกว่าประเทศไทยถึง 1.5 หรือ 2 เท่า ซึ่งการแข่งขันเรื่องของค่าแรงจึงไม่ใช่ประเด็น โดยฝั่ง OEM ให้ความสำคัญกับการทำ Lean การทำ Automation โดยล่าสุดสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยได้มีการหารือร่วมกับ BOI ในเรื่องของการสนับสนุน Automation รวมถึงให้ความสำคัญกับด้านแรงงาน (Labor) จึงเป็นความจำเป็นที่สร้างความตระหนักให้กับสมาชิกในการให้ความสำคัญกับการดูแลแรงงาน อีกทั้ง ร่วมมือกับกระทรวงแรงงานในการเซ็น MOU เกี่ยวกับ GLP (Good Laboratory Practice) ส่วนของ ODM อยากให้ยกไต้หวันเป็นโมเดลที่ดี เนื่องจาก GDP ของไต้หวันในปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 8.6% และสิ่งที่น่าตกใจ นั่นคือ GDP ต่อบุคคลสูงกว่าประเทศญี่ปุ่น แต่ทางไต้หวันมี ODM ที่ถือว่าค่อนข้างเก่งมาก ถือเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประเทศไทย


            ด้านแผนงานหรือโครงการเร่งด่วนที่ต้องดำเนินงาน สมาคมฯ มีแผนการทำ Smart Factory รวมถึงการทำ Lean ตลอดจนไปเชื่อมโยงกับประเทศอินโดนีเซีย ในเรื่องโรงงาน และ Supple Chain ต่างๆ ซึ่งเป็นโครงการในปีนี้ ตลอดจนดูแลในเรื่องของแรงงาน และโครงการอื่นๆ เช่น การเข้าไปเป็นพาร์เนอร์กับ DITP กระทรวงพาณิชย์ การสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกของอุตสาหกรรม และอีกหลายๆ โครงการ


            ‘TGMA’ ต้องการที่จะโปรโมทในเรื่องของ Made In Thailand เพื่อส่งเสริมสินค้าที่มาจากประเทศไทย ด้วยภาพลักษณ์ของสินค้าไทย รวมถึง Soft Power ต่างๆ ของประเทศไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ โดยเฉพาะในระดับอาเซียน ซึ่งใน 10 ประเทศ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่นำเอาสินค้า วัฒนธรรม ส่งออกไปขาย และทั่วโลกให้การยอมรับ



            “อยากเห็น Eco System มีแบรนด์ใหม่ๆ หลากหลายแบรนด์ในเมืองไทย โดยสนับสนุนให้แบรนด์กลุ่มเหล่านี้ผลิตในประเทศไทย เหมือนกับประเทศสหรัฐอเมริกามีนโยบายที่เอื้อต่อผู้ประกอบการเกี่ยวกับการเย็บเสื้อผ้า ประเด็นดังกล่าวอยากให้รัฐบาลสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยากจะดำเนินการ และรัฐบาลมีหน้าที่ในการเชื่อมโยง เพราะผู้ประกอบการโรงงาน ดีไซน์เนอร์มี Skill Set ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะทำอย่างไรให้ Skill Set หลายๆ อย่างสามารถมารวมกันได้”


            ส่วนการสร้างแบรนด์จะใช้ Skill Set คนละอย่าง ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี อย่างประเทศจีนจะใช้หนึ่งวิธี คือ การซื้อแบรนด์ต่างประเทศที่มีอยู่แล้ว สำหรับประเทศไทยก็ควรมีวิธีการนั้นๆ เหมือนกัน เป็นการข้าม Step จากที่ต้องเริ่มจากศูนย์ ฉะนั้น การสนับสนุนหรือการอุ้มของรัฐบาลมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้ขึ้นมาแข่งขันบนเวทีการค้าระดับโลก


            คณะกรรมการสมาคม กล่าวเสริมอีกว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอถือเป็นอุตสาหกรรมที่จ้างงานค่อนข้างเยอะ แต่มักถูกมองไปในทิศทางเดียวกันว่าเป็นอุตสาหกรรม Sunset แต่ถ้ามีโอกาสเข้าไปดูโรงงานที่ทันสมัยมากๆ ที่นำเอาหุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิต ซึ่งเรามีการปรับปรุงเพื่อให้มีประสิทธิภาพ และทันสมัยมากยิ่งขึ้นมาโดยตลอด เพียงแต่เราไม่ได้มีโอกาสที่จะแสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอยังมีศักยภาพ เพียงแค่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นเทรนด์ หรือกระแสมากกว่า ซึ่งอุตสาหกรรมสิ่งทอถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่จ้างแรงงานค่อนข้างมาก และมีความสำคัญต่อตลาดแรงงาน


            นอกจากนี้ อยากให้ทางสื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ในเรื่องการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก ไม่อยากให้กล่าวถึงภาพลักษณ์ในอดีต รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่พยายามจะไต่ Value Chain ซึ่งก็มีหลายวิธีในการทำ อย่างเช่น เรื่องที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ คือ การลดหย่อนในเรื่องภาษี รวมถึงการปรับตัวของการดำเนินธุรกิจเพื่อความอยู่รอดในสภาวะปัจจุบัน พร้อมกับช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อสร้าง Eco System ให้เกิดขึ้นเพื่อยกระดับไปพร้อมๆ กัน แบรนด์ก็จะสามารถทำการตลาดได้ในอาเซียน


            “อยากให้สนับสนุนแบรนด์ หรือ สินค้าไทย (Made In Thailand) รวมถึงผู้ประกอบการแบรนด์ไทยที่ผลิตกับโรงงานที่มีคุณภาพ ตลอดจนนำเสนอภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อนำเสนอออกสู่สายตาทั้งชาวไทย และต่างชาติ สมาคมฯ พยายามผลักดันในเรื่องของผู้ผลิต หรือสมาชิกที่มีมาตรฐาน สามารถติดต่อเข้ามาที่สมาคมฯ เรามีสมาชิกที่ผลิตสินค้าที่หลากหลาย ในฐานะที่เป็นคนกลางยินดีที่จะเป็นกระบอกเสียง หรือเป็นช่องทางให้แบรนด์ต่างๆ เข้าถึงโรงงานที่ถูกต้อง อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มถือเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นปัจจัย 4 จะเห็นได้จากช่วงโควิด-19 ที่สามารถช่วยให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤต เนื่องด้วย Supply Chain ของกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มที่มีความครบถ้วน” นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวปิดท้าย



ความคิดเห็น


LATEST

พื้นที่ลงโฆษณา
Answer News

Call Us On

บริษัท เอ็มทีเอส คอนเนคชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด

Contact Us

  • Facebook
  • X
  • Youtube
  • TikTok

Follow us

Answer News Industrial ©2025 MTS Connections Groups Co.,Ltd สงวนลิขสิทธิ์

Answer News

Call Us On

บริษัท เอ็มทีเอส คอนเนคชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด

Contact Us

  • Facebook
  • X
  • Youtube
  • TikTok

Follow us

bottom of page