!!!เปิดวิสัยทัศน์นายกสมาคมอาคารชุดไทย คนที่ 14
คอลัมน์สมาคมของ Answer News Industrial Magazine ฉบับนี้ กองบรรณาธิการมีโอกาสได้เข้าพบและสัมภาษณ์พิเศษ คุณปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ กับอีกบทบาทของนายกสมาคมอาคารชุดไทย (คนที่ 14) พร้อมกับภารกิจผลักดันผู้ประกบการคอนโดมิเนียมไทยสู่เวทีระดับโลก

คุณปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกสมาคมอาคารชุดไทยถือเป็นเกียรติในชีวิตที่ได้รับตำแหน่ง นอกเหนือจากการทำงานที่ทำในธุรกิจของตนเองมาอย่างยาวนานอยู่แล้ว การที่ได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ เป็นการได้รับความไว้วางใจจากพี่ๆเพื่อนๆ ผู้ประกอบการด้วยกัน โดยส่วนตัวทำงานอยู่ในสมาคมอาคารชุดไทยมาได้ 15 ปีแล้ว และได้ทำหน้าที่ภายในสมาคมอาคารชุดไทยในหลากหลายบทบาท จึงมีความเข้าใจการดำเนินงานของสมาคมเป็นอย่างดี พร้อมทั้งรู้สึกยินดีและซาบซึ้งที่ท่านอดีตนายกสมาคมทุกท่านเห็นพ้องต้องกันและเลือกตัวผมขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกสมาคมอาคารชุดไทยคนที่ 14 ถือเป็นความภูมิใจและเกียรติสูงสุด
เมื่อเข้ามารับบทบาทนายกสมาคมฯ แล้ว สิ่งที่อยากจะผลักดัน คือ การผลักดันให้ภาครัฐเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น แม้ที่ผ่านมาโจทย์สำคัญของประเทศจะอยู่ที่การแก้ไขปัญหาในเรื่องปากท้องของประชาชนเป็นอันดับแรก แต่ปัจจัยที่สำคัญตามมาอยากให้ภาครัฐส่งเสริมในเรื่องของสินเชื่อสำหรับที่อยู่อาศัยที่เป็นแพคเกจพิเศษ สำหรับกลุ่มที่มีกำลังซื้อน้อย ทั้งในด้านอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ และแคมเปญพิเศษต่างๆ เพื่อช่วยสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นมาตรการเร่งด่วน เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนซื้อบ้านมากขึ้น ซึ่งการที่จะออกสินเชื่อ นั้น เนื่องจากปัญหาหนี้สินครัวเรือนมีค่อนข้างเยอะ รวมถึงยอดการปฏิเสธสินเชื่อค่อนข้างสูง อยากผลักดันให้ภาครัฐหาแนวทางในการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
สมาคมอาคารชุดไทยยังเป็นพันธมิตรกับอีก 2 สมาคมใหญ่ ได้แก่ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรกับสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ทั้ง 3 สมาคม ได้ร่วมกันกันจัดทำข้อเสนอให้ภาครัฐหลายมาตรการด้วยกัน ซึ่งได้แบ่งความเร่งด่วนของมาตรการออกเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และ ระยะยาวหนึ่งในมาตรการที่ต้องการให้มีการทบทวน คือ พระราชบัญญัติภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา มีการนำมาใช้จริง ถือเป็นมาตรการที่มีเจตนารมณ์ที่ดี แต่ในทางปฎิบัติยังพบข้อจำกัดและปัญหาในหลายด้าน จึงเห็นว่าควรมีการทบทวนและปรับปรุง พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนผ่านกระบวนการทำประชาพิจารณ์อย่างรอบด้าน นอกจากนี้การที่ภาครัฐต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub หรือ Wellness Hub อย่างเต็มรูปแบบเป็นสิ่งที่ดีและสนับสนุนในจุดนี้ แต่ยังขาดนโยบายสนับสนุนเรื่องการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ ถ้าเป้าหมายคือการให้ประเทศเราจะเป็นเหมือนสิงคโปร์ หรือดูไบ การถือครองหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ควรจะเปิดกว้างให้กับต่างชาติ ตลอดจนการทบทวนหลักเกณฑ์ในเรื่องการขอวีซ่าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทย
“ผมมองว่าคอนโดมิเนียมเป็น Product ที่เข้าถึงได้ง่ายของชาวต่างชาติ และอยากเห็นประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของภูมิภาคหากเรามีคอนโดมิเนียมที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
ขึ้นสำหรับชาวต่างชาติ มีความสะดวกสบายในการขอวีซ่าระยะยาวสำหรับชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง รวมถึงในอนาคต หากสามารถเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติยื่นขอสินเชื่อได้ ก็จะช่วยผนักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจอย่างแท้จริง”
คุณปิติพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมถึงบทบาทของสมาคมอาคารชุดไทยต่อการมีส่วนร่วมกับหน่วยงาน และภาคเอกชน ว่า สมาคมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างภาคเอกชน กับภาครัฐ เพราะว่าทุกๆ หน่วยงาน เมื่อนึกถึงธุรกิจคอนโดมเนียมก็ต้องมาติดต่อที่สมาคมอาคารชุดไทยเป็นที่แรก สมาคมจึงมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะและปัญหาจากผู้ประกอบการ เพื่อนำมาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ประกอบการทุกระดับ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายกลาง และรายย่อย
สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมอาคารชุดไทย
ด้านความพร้อมของสมาคมต่อการรับในสถานการณ์ปัจจุบัน สมาคมอาคารชุดไทยก่อตั้งมาเป็นเวลากว่า 43 ปี เรามีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งหมดทั้งมวลเกิดจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสมาคมจากท่านายกก่อตั้ง คือ ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ตลอดจนอดีตนายกและนายกสมาคมกิตติมศักดิ์ ทุก ท่าน ที่ร่วมกันวางรากฐานและผลักดันให้สมาคมมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจนเป็นองค์กรที่มีความแข็งแกร่งมาจนทุกวันนี้ ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการและมีสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกปี
“นโยบายของสมาคมอาคารชุดไทยมีความต่อเนื่องจากนายกสมาคมคนก่อนจนถึงปัจจุบัน เรามีการขยับขยายกรอบความร่วมมือ อาทิ ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ผู้รับเหมา สถาบันการเงิน และพันธมิตรในอุตสาหกรรม ล่าสุด สมาคมอาคารชุดไทยได้จัดหลักสูตร Smart Property Developer ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 โดยเริ่มเปิดอบรมวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการจัดอบรมระยะเวลา 3 เดือน ถือเป็นการสร้าง Eco System โดยมีบุคลากรในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้องค์ความรู้ในด้านการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม และเป็นการขยายกรอบให้กับสมาคมอาคารชุดไทย และพันธมิตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของสมาคม และอยากเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการดีๆ ของสมาคมในอนาคต” คุณปิติพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย


















ความคิดเห็น