อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ โชว์ความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
- answernewsonline
- 7 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน จับมือ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ก่อสร้างระบบไฟฟ้าทั้งสายใต้ดินและสายอากาศ รวมถึงการเตรียมความพร้อมจัดตั้งสถานีไฟฟ้าย่อย ตามมาตรฐานวิศวกรรมสากล และมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของ MEA ภายในพื้นที่โครงการ สร้างเสถียรภาพ ความมั่นคง และสามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจขนาดใหญ่ในระยะยาว

นางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด ผู้พัฒนา “อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA The Eastern Gateway)” โครงการระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย กล่าวว่า อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ให้ความสำคัญกับระบบไฟฟ้าระดับโครงสร้างพื้นฐานหลักตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ด้วยความเชื่อมั่นว่า ‘เสถียรภาพด้านพลังงาน’ คือปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว
สำหรับการพัฒนาพื้นที่ที่นักลงทุนสามารถมั่นใจได้ว่าระบบไฟฟ้าจะมีความมั่นคง ไม่สะดุด และรองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคตได้อย่างเต็มศักยภาพ การมีสถานีไฟฟ้าย่อยภายในโครงการ ไม่เพียงช่วยเพิ่มความมั่นคงของแรงดันไฟและลดความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องของระบบ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่สร้าง ความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจที่ต้องใช้พลังงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและดิจิทัล
โดยคาดการณ์ว่า การไฟฟ้านครหลวงจะสามารถเริ่มจ่ายไฟฟ้าจากสถานีไฟฟ้าย่อยดังกล่าวได้ภายในไตรมาส 2 ปี 2570 เป็นต้นไป เพื่อรองรับผู้ประกอบการกลุ่มแรกที่จะเข้าดำเนินธุรกิจในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนความพร้อมของโครงการในการสนับสนุนการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่วันแรกของการดำเนินงาน
ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าในครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญของโครงการ เนื่องจากระบบไฟฟ้าเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าของ ARAYA Industrial Estate หรือ นิคมอุตสาหกรรมอารยะ อาทิ ธุรกิจ Data Centre ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งล้วนต้องการพลังงานที่มีเสถียรภาพและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากระบบไฟฟ้า โครงการยังได้วางโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคอื่น ๆ ควบคู่กันอย่างครบถ้วน โดยมีการเชื่อมต่อระบบน้ำจากการประปานครหลวง รองรับปริมาณน้ำได้ถึง 40,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน การสนับสนุนด้านพลังงานก๊าซธรรมชาติจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และการพัฒนาโครงข่ายไฟเบอร์ใต้ดินพร้อมเครือข่าย 5G จากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เพื่อเสริมศักยภาพด้านดิจิทัล
โดยคาดว่าจะสามารถรองรับการลงทุนจากภาคเอกชนในระยะยาว และสร้างการจ้างงานโดยตรงและโดยอ้อมกว่า 14,560 ตำแหน่ง ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศและเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งความร่วมมือดังกล่าว สะท้อนวิสัยทัศน์ในการยกระดับมาตรฐานเมืองอุตสาหกรรมไทยสู่ระดับสากล ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีเสถียรภาพสูง มั่นคง และพร้อมรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว





















ความคิดเห็น