กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จับมือ 15 องค์กร รณรงค์ลดขยะอาหาร ต่ออนาคต
- answernewsonline
- 2 มิ.ย. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 12 ของประเทศไทย นำ 15 องค์กร การมีส่วนร่วมสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมการลดปริมาณขยะอาหารสร้างสังคมแห่งการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) กล่าวว่า ปัญหาขยะอาหารไม่ใช่เพียงปัญหาระดับชาติ แต่เป็นวิกฤติระดับโลกที่ทุกภาคส่วนต้องตระหนักและร่วมมืออย่างจริงจัง เพราะขยะอาหารส่งผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ การลดขยะอาหารไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือภารกิจร่วม โดยประกาศให้ปี 2568 เป็น “ปีแห่งการเริ่มต้นรณรงค์การลดขยะอาหาร” เพื่อวางรากฐานการขับเคลื่อนทั้งด้านการสื่อสาร รณรงค์ และนำร่องลดขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรมในองค์กรที่มีพลังต่อการปลุกกระแส สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในวงกว้าง พร้อมเชื่อมโยงอาหารส่วนเกินสู่การแบ่งปันในอนาคต พร้อมกับเชิญชวนทุกภาคส่วนเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการลดขยะอาหารในทุกระดับ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด โดยเฉพาะการสร้างการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน โดยการจะขับเคลื่อนแนวคิด ‘Stop Food Waste Start the Future – หยุดขยะอาหาร ต่ออนาคต’ จำเป็นต้องส่งเสริมให้มีการบริโภคอาหารอย่างพอเพียง ลดของเสียจากอาหาร ช่วยลดภาระการจัดการขยะ ประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ยั่งยืนให้กับคนไทยทุกคน

การลงนามในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่าง 15 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ นำโดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับ ภาคีองค์กรนำร่องผู้ปฏิบัติ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าซีคอน สยามพิวรรธน์ เซ็นทรัลพัฒนา เดอะมอลล์ เครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย และภาคีองค์กรนำร่องผู้สนับสนุน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุ ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน และ บริษัท ไทยยูธกรุ๊ป จำกัด

















ความคิดเห็น