TPCH ตอกย้ำองค์กรด้านอุตสาหกรรมพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- answernewsonline
- 17 ธ.ค. 2567
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 2 มี.ค.
TPCH เผยความสำเร็จในปี 2567 กับผลงานโครงการพลังงานสะอาดใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมตอกย้ำนโยบายความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน มุ่งสู่องค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ

คุณกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH ให้สัมภาษณ์พิเศษว่า สำหรับการดำเนินธุรกิจตลอดปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับวิสัยทัศน์และพันธกิจในการเป็นผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศ และในอาเซียน และโดยเน้นการลงทุนในบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานชีวมวล พลังงานขยะ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม อย่างต่อเนื่อง
สำหรับโครงการสำคัญในปี 2567 ได้แก่

1. โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน โดย บริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด พัฒนาโครงการ SPNS และ SPNK ซึ่งลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในปี 2567 กำลังผลิตรวม 8 เมกะวัตต์ และอัตรารับซื้อไฟฟ้า 5.78 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้มีแผนยื่นเสนอขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ MAI เพื่อขยายธุรกิจในอนาคต และ
2. โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยบริษัท แม่โขง พาวเวอร์ จำกัด ลงทุน 40% ในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 100 เมกะวัตต์ใน สปป.ลาว ได้เริ่มเตรียมพื้นที่และโครงสร้างก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างอย่างเป็นทางการใน Q1/2568 พร้อมนำโครงการขึ้นทะเบียน Carbon Credit เพื่อเพิ่มรายได้ต่อไป

ด้านคุณเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH กล่าวว่า TPCH ได้ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนองค์กร โดยกำหนดเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมไว้อย่างชัดเจน มีเป้าหมายเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน ในปี 2570 (Carbon Neutral Organization 2027) และเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในรูปแบบ Net Zero Pathway ในปี 2575 ตลอดจนกำหนดแผนจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization (CFO) ครอบคลุมทั้งกลุ่มบริษัทฯ อันได้แก่ สำนักงานใหญ่ของบริษัท และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 7 แห่ง

รวมทั้ง บริษัทดำเนินการจัดทำ I-RECs (ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน ได้ขอรับรอง I-RECs รวม 1,178,540 RECs และขายไปแล้ว 275,684 RECs คิดเป็นมูลค่า 8.58 ล้านบาท ช่วยชดเชยการปล่อย CO2 เทียบเท่าการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงธรรมชาติ 31.46 MW และบริษัทขอรับรองหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้เป็นคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ในรูปแบบของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน T-VER จำนวน 1 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าปัตตานีกรีน (PTG) ได้ Carbon Credit 78,994 ตัน CO2e ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้และส่งเสริมความยั่งยืน และนำมาใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม
ประกอบกับ ได้เข้าร่วมโครงการ Care the Bear: มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดกิจกรรมองค์กร เช่น การอบรม PDPA ในปี 2567 ลด CO2 ได้ 533.87 กิโลกรัม เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่ 59 ต้น เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายเพื่อความยั่งยืนด้วย อีกทั้ง บริษัทฯ ได้ทยอยจัดทำ คาร์บอนฟุตพร้นท์องค์กรเพื่อรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ของ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และ โรงไฟฟ้าชีวมวลในเครือ รวม 7 แห่ง
โดยมีจุดประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมขององค์กร และเริ่มจัดทำข้อมูลตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ในปี 2567 ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายในปี 2568 จะดำเนินการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ให้เป็นศูนย์ และขอรับรองเป็น Carbon Neutral Organization ในลำดับต่อไป


















ความคิดเห็น