top of page
พื้นที่ลงโฆษณา

LATEST

เปิดแนวคิดธุรกิจ “ทวี ปิยะพัฒนา” หัวเรือใหญ่กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี.

  • รูปภาพนักเขียน: answernewsonline
    answernewsonline
  • 24 ก.ย. 2568
  • ยาว 3 นาที

อัปเดตเมื่อ 26 ก.พ.

คุณทวี ปิยะพัฒนา

กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. เปิดวิสัยทัศน์ผ่านมุมมองของคุณทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหาร พร้อมเผยแผนการลงทุนและการสร้างแบรนด์ครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด Go Green Concept เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อยอดจากธุรกิจวัตถุดิบจากท้องทะเล สู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปอย่างยั่งยืน


 คุณทวีเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2527 และเริ่มดำเนินธุรกิจอย่างจริงจังในปี 2529 รวมระยะเวลากว่า 39 ปี โดยเริ่มต้นจากการผลิตเนื้อปลาบดแช่แข็ง หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “ซูริมิ” (Surimi) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้ในการทำปูอัด


  ในช่วงเวลานั้น ประเทศไทยยังไม่มีการผลิตปูอัดภายในประเทศอย่างแพร่หลาย สินค้าประเภทนี้ต้องนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแม้จะมีคุณภาพสูง แต่ราคาก็สูงตามไปด้วย ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวไทยเข้าถึงได้ยาก อีกทั้งยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า “ปูอัด” ทำจากเนื้อปู ทั้งที่ในความเป็นจริง วัตถุดิบหลักคือเนื้อปลา เราจึงเริ่มศึกษากระบวนการผลิตจากญี่ปุ่น นำองค์ความรู้ (know-how) เหล่านั้นมาปรับใช้ร่วมกับวัตถุดิบคุณภาพของไทย พร้อมทั้งลงทุนในเรื่องเครื่องจักร และเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย จนสามารถผลิตปูอัดที่มีคุณภาพทัดเทียมกับประเทศญี่ปุ่นได้สำเร็จ นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม และเป็นการปูทางให้ตลาดอาหารสำเร็จรูปในประเทศเริ่มขยายตัวอย่างเป็นรูปธรรม 


เราเชื่อว่า การทำอาหารสำเร็จรูปไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะดวก แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคไทย ในช่วงเวลานั้น ยังมีไม่กี่บริษัทที่กล้าลงทุนและพัฒนาสินค้าเพื่อจำหน่ายในประเทศ เพราะหลายคนยังไม่เห็นศักยภาพของตลาดภายใน แต่เรามองว่า คนไทยควรได้บริโภคสินค้าที่ดี ในราคาที่เข้าถึงได้


ด้วยเหตุนี้ เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คนไทยสามารถภาคภูมิใจได้ว่า เป็นสินค้าที่มีคุณภาพไม่แพ้ของนำเข้า พร้อมทั้งวางระบบการผลิตให้ครบวงจร ด้วยการสร้างโรงงานผลิตปลาป่นควบคู่กันไป เพื่อใช้ประโยชน์จากเศษวัตถุดิบทุกส่วนของปลาอย่างคุ้มค่า ทำให้กระบวนการผลิตของเราครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สามารถแปรรูปปลาเพียงหนึ่งตัวให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภค ที่มีคุณภาพและปลอดภัย ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค


นวัตกรรมที่สร้างความภูมิใจ

            คุณทวีเล่าถึงอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ PFP ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 39 ปีที่ผ่านมา บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพด้านการผลิต ควบคู่กับการคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทางขององค์กรได้อย่างชัดเจน คือ “เต้าหู้ปลา” ซึ่ง PFP ถือเป็นผู้ผลิตเต้าหู้ปลาจากเนื้อปลาบดได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก          


เต้าหู้ปลา PFP

เต้าหู้ปลา PFP มีจุดเด่นคือ เป็นผลิตภัณฑ์แช่แข็ง (Frozen) ที่ยังคงรสชาติและคุณภาพได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่พัฒนาขึ้นโดยทีมวิจัยและพัฒนาของ PFP เอง แตกต่างจากผลิตภัณฑ์อย่างปูอัด ซึ่งเริ่มต้นจากการศึกษารูปแบบการผลิตจากประเทศญี่ปุ่นแล้วนำมาปรับใช้ เต้าหู้ปลาจึงถือเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากการคิดค้นโดยทีม R&D ของ PFP อย่างแท้จริง และเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจที่บริษัทสามารถพัฒนาสูตรเฉพาะของตนเองจนได้รับการยอมรับในตลาด 


“เราเชื่อว่านวัตกรรมที่ดี ไม่ใช่แค่การคิดค้นสิ่งใหม่ แต่ต้องพัฒนาให้ใช้งานได้จริง สร้างคุณค่า และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ในระยะยาว”


           อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ PFP คือการสามารถขยายตลาดจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สู่ตลาดระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยความแข็งแกร่งของทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ผลิตภัณฑ์ PFP

“สิ่งที่ทำให้เราเดินทางมาถึงจุดนี้ ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่คือทีมงานที่มีคุณภาพ และความตั้งใจร่วมกันของคนในองค์กร ที่ขับเคลื่อน PFP สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับโลก”   


ผลิตภัณฑ์คุณภาพ และมาตรฐานระดับสากล

คุณทวีกล่าวถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ PFP ว่า ทุกวันนี้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับความไว้วางใจจากร้านอาหารชื่อดังทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบคุณภาพสูงที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องปรุงก็อร่อย เหมาะทั้งกับกลุ่ม HORECA และผู้บริโภคทั่วไป โดยมีจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และตัวแทนจำหน่ายในหลากหลายช่องทาง


ผลิตภัณฑ์ของเราทำจากเนื้อปลาคุณภาพดีที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน และมีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเต้าหู้ปลา ปูอัด ลูกชิ้นปลา โดยเฉพาะ “ลูกชิ้นปลาสไตล์ภูเก็ต” ที่มีจุดเด่นคือลูกใหญ่ เนื้อนุ่ม หนึบ ตามแบบฉบับภูเก็ตแท้ ๆ รวมถึง “เต้าหู้ชีส” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มร้านชาบู-สุกี้


“จุดแข็งของเราคือ ไม่ใช่แค่อร่อย แต่ต้องใช้งานสะดวก ได้มาตรฐาน และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างครอบคลุม”



นอกจากรสชาติและคุณภาพแล้ว PFP ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานระดับสากล โดยบริษัทได้รับการรับรองจากองค์กรชั้นนำระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น ISO 22000, BRCGS Food Safety และ Thailand Trust Mark ซึ่งล้วนเป็นเครื่องยืนยันว่า อาหารของเรานั้นไม่เพียงแต่อร่อย แต่ยังปลอดภัยในทุกขั้นตอนการผลิต


ที่สำคัญ เรายังมุ่งมั่นในการผลิตอาหารฮาลาลที่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด โดยได้รับการรับรองจาก HAL-Q, CICOT และ MUI จากประเทศอินโดนีเซีย เพื่อให้ผู้บริโภคชาวมุสลิมทั้งในประเทศและต่างประเทศ มั่นใจได้ว่าทุกผลิตภัณฑ์ของเราสะอาด ปลอดภัย และเคารพในหลักความเชื่ออย่างแท้จริง   

คุณทวี ปิยะพัฒนา

 “ความได้เปรียบด้านมาตรฐานฮาลาล ยังช่วยให้เราขยายตลาดสู่กลุ่มประเทศมุสลิม โดยเฉพาะในตะวันออกกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของการเติบโตในตลาดต่างประเทศ ”


แตกไลน์ธุรกิจ ปั้นแบรนด์นวัตกรรมอาหาร “แปซิฟิค อินโนฟู้ด”

              ในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา เราเห็นชัดว่าอาหารพร้อมรับประทานไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในวันที่ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป ผู้คนต้องการทั้งความสะดวก รวดเร็ว และคุณค่าทางโภชนาการในเวลาเดียวกัน เราจึงจัดตั้งบริษัท แปซิฟิค อินโนฟู้ด จำกัด ขึ้น เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันธุรกิจสู่ด้านนวัตกรรมอาหารอย่างเต็มรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมีตั้งแต่ซุป ซอส ไปจนถึงอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น “เส้นไข่ขาว” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เราร่วมมือกับอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการพัฒนากระบวนการผลิต โดยมุ่งเน้นการตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการโปรตีนคุณภาพสูง ทั้งกลุ่มที่ควบคุมอาหาร ผู้มีข้อจำกัดด้านโภชนาการ หรือผู้ป่วยที่ต้องการสารอาหารเฉพาะทาง โดยผลิตภัณฑ์นี้ช่วยลดความจำเจจากการบริโภคไข่ขาวแบบเดิม ๆ และสามารถนำไปต่อยอดเป็นเมนูสุขภาพได้หลากหลาย


พร้อมกันนี้ เรายังพัฒนาอาหารทานเล่นและขนมต่าง ๆ ควบคู่กัน เพื่อขยายพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนเอง เรายังให้บริการแบบครบวงจร (OEM) ตั้งแต่พัฒนาสูตรจนถึงการผลิต ภายใต้มาตรฐานคุณภาพระดับสากล


 อีกหนึ่งก้าวสำคัญ คือการขยายสู่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบอาหารทะเลของเรามาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อตอบรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดนี้ ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่หันมาเลี้ยงสัตว์แทนการสร้างครอบครัว ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง มีกำลังซื้อสูง และใส่ใจสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจัง ปัจจุบัน อาหารสัตว์เลี้ยงของไทยถือเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกที่มีศักยภาพสูง และกำลังก้าวขึ้นมาเป็น “ตัวเอก” ที่น่าจับตามองในตลาดโลก


ธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม: Green Industry & Net Zero

คุณทวี ปิยะพัฒนา กล่าวถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของ PFP ว่า บริษัทให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการเติบโตมาโดยตลอด เพราะเราเชื่อว่า “ความยั่งยืน” ต้องฝังอยู่ในทุกมิติขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นตัวสินค้า กระบวนการผลิต หรือวิถีชีวิตของคนในองค์กร


คุณทวี ปิยะพัฒนา

  PFP ถือเป็นหนึ่งในโรงงานกลุ่มแรก ๆ ที่นำนโยบาย Green Industry มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ พร้อมตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนว่าจะก้าวสู่ Net Zero ภายใน 15 ปี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยทั้งลดต้นทุนและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อมกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน


หนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญคือ ระบบบำบัดน้ำเสียประสิทธิภาพสูง ที่สามารถนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% มีการกักเก็บก๊าซมีเทนมาผลิตกระแสไฟฟ้า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเราเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของบริษัท โดยร่วมมือกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ พร้อมนำหลัก 5Rs มาประยุกต์ใช้ในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อลดของเสียและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า


บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด (สำนักงานใหญ่)

 เรายังได้พัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียน ด้วยการใช้พื้นที่กว่า 17 ไร่ และพื้นที่หลังคาของโรงงานทั้งหมดติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ภายในโรงงาน โดยเฉพาะในช่วงกลางวันแทบไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากภายนอก ขณะเดียวกัน ยังมีการบริหารจัดการของเสียอย่างรอบด้าน เช่น การนำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ด้านรูปลักษณ์ แม้ยังคงคุณภาพดีไปใช้เป็นอาหารสำหรับเลี้ยงแมลงโปรตีน BSF ซึ่งเป็นแนวทาง Zero Waste ที่ช่วยลดของเสียจากกระบวนการผลิต โดยในอนาคต เราตั้งเป้าหมายให้สามารถลดปริมาณของเสียได้มากถึงวันละ 1 ตัน  


บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด (สำนักงานใหญ่)

จากความพยายามทั้งหมด หากแปลงเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ก็เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 1.7 ล้านต้น เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์


ในมิติของ “คน” เราได้ปลูกฝังแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมในทุกระดับขององค์กร ไม่ใช่แค่ในแผนงานของผู้บริหาร แต่รวมถึงกิจวัตรประจำวันของพนักงานทุกคน เช่น การคัดแยกขยะภายในโรงงาน การลดการใช้พลาสติก และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนมีส่วนร่วม


 นอกจากนี้ เรายังใส่ใจตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง เช่น ปลาพอลล็อคที่ได้รับการรับรองจาก MSC (Marine Stewardship Council) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการประมงอย่างยั่งยืน เพราะเราเชื่อว่าอาหารที่ดี ต้องเริ่มจากทะเลที่ดี


 “วันนี้ธุรกิจอาหารไม่ได้แข่งขันกันแค่รสชาติหรือความอร่อย แต่แข่งขันกันที่ ‘ระบบ’ และ ‘ความยั่งยืน’ PFP เชื่อว่าองค์กรที่สร้างระบบอย่างมีประสิทธิภาพ และเดินหน้าสู่ความยั่งยืนอย่างจริงจัง จะสามารถลดต้นทุนได้ในระยะยาว และเป็นผู้ที่อยู่รอดและเติบโตอย่างมั่นคง”


 คุณทวีทิ้งท้ายว่า “ในวันที่การแข่งขันรุนแรง ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ผมอยากฝากถึงทุกท่านว่า ธุรกิจอาหารสามารถเติบโตได้จริง และอยากให้ภาครัฐสนับสนุนเกษตรอุตสาหกรรมในทุกรูปแบบ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เพราะอาหารคือหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มนุษย์ต้องบริโภค รัฐบาลควรทุ่มเทในการจัดหาน้ำให้เพียงพอ ทั้งในภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม เพราะนั่นคือการดูแลผลผลิตของคนไทย และเป็นรากฐานของการอยู่อย่างยั่งยืน”

ผลิตภัณฑ์ PFP

สร้างแบรนด์ – ขยาย Shop PFP เข้าถึงผู้บริโภค

“ถ้าเราไม่เริ่มสร้างแบรนด์ตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าเราจะเดินต่อได้ยาก”  หนึ่งในแผนยุทธศาสตร์สำคัญที่กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. (PFP) กำลังผลักดันอย่างจริงจังในปัจจุบัน คือการสร้างแบรนด์ของตนเองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น โดยคุณทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า การสร้างแบรนด์ไม่ใช่ “ทางเลือก” แต่คือ “ความจำเป็น” หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว


“ตอนนี้เราอยู่ระหว่างการวางโครงสร้างเพื่อสร้างแบรนด์อย่างเป็นระบบ โดยตั้งเป้าหมายให้เห็นผลชัดเจนภายใน 3 ปี” คุณทวีอธิบาย พร้อมเสริมว่า แนวทางการสร้างแบรนด์ของ PFP จะไม่หยุดอยู่ที่การพัฒนาสินค้าเท่านั้น แต่จะครอบคลุมถึงการปรับภาพลักษณ์และการสื่อสารแบรนด์ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ให้สามารถเล่าเรื่องแบรนด์ได้ในตัวเอง สะท้อนความเป็นมืออาชีพ เข้าถึงง่าย และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค


 คุณทวีกล่าวเสริม “แพ็คเกจใหม่ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องเล่าเรื่องได้ และทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า ของดีอยู่ข้างใน” คุณทวีกล่าวเสริม


 อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการสร้างแบรนด์ คือการผลักดันคาแรกเตอร์ มาสคอต “PP Boy” มาเป็นตัวแทนแบรนด์ (Mascot) เพื่อสร้างความจดจำและความผูกพันกับผู้บริโภคในทุกช่วงวัย โดย “PP Boy”  จะมีบทบาททั้งในแพคเกจ สื่อการตลาด และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่สดใส เป็นมิตร และมีความใกล้ชิดกับผู้บริโภค


ในด้านการผลิต แม้ PFP จะมีบุคลากรกว่า 2,000 คน แต่สินค้าของเรานั้นไม่ใช่ Mass Product และมีหลายกระบวนการที่ไม่สามารถใช้เครื่องจักรหรือหุ่นยนต์แทนแรงงานได้ เราจึงอาศัยความชำนาญของแรงงานฝีมือ ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพสูง เทียบเคียงหรือเหนือกว่ามาตรฐานต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว


ผลิตภัณฑ์ PFP

นอกจากการสร้างแบรนด์ผ่านผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการขยายจุดจำหน่ายของตนเองผ่าน “Shop PFP” โดยคุณทวีเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้ว่า



 “เมื่อ 35 ปีก่อน ผมต้องนั่งเครื่องจากสงขลามาอบรมด้านการตลาดกับอาจารย์สมชาย หรือ รศ.ดร. สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ทุก 3 เดือน เกี่ยวกับเรื่องการตลาดและการขาย และอาจารย์สมชาย เคยกล่าวเอาไว้ว่า “ถ้าคุณคิดจะเติบโต จำเป็นต้องมี Outlet” บวกกับประสบการณ์ที่สะสมมาเป็นระยะเวลานานทำให้ต้องสร้าง Outlet หรือ Shop ที่เป็นของเราเอง


 ปัจจุบัน PFP มี Shop ทั้งหมด 14 สาขา มี Shop สาขาตลาดไท และตลาดสี่มุมเมือง เป็นสาขาหลักๆ และภายใน 2 ปีจากนี้ เรามีแผนจะขยาย Shop เพิ่มเติมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคในเขตเมืองมากขึ้น รวมถึงเสริมประสิทธิภาพการจัดจำหน่ายระดับประเทศ นอกจากนี้ ยังมีศูนย์กระจายสินค้าในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อรองรับการกระจายสินค้าในภาคเหนือและพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยลดระยะเวลาขนส่งและเพิ่มความยืดหยุ่นในการให้บริการลูกค้า



 “เราสร้างทุกอย่างบนพื้นฐานของความจริงใจ ตั้งแต่โรงงานจนถึงมือผู้บริโภค และวันนี้ เราอยากให้แบรนด์ PFP เป็นมากกว่าผู้ผลิตอาหาร แต่เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะที่ไว้ใจได้เสมอ”


เดินหน้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

           คุณทวี ยังกล่าวอีกว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า ทางบริษัทมีโครงการที่จะนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยปัจจุบันเราทำการปรับปรุงโครงสร้าง เปลี่ยนแปลงระบบบริหารจัดการภายในองค์กร เพื่อรองรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


 “แผนการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นอีกก้าวที่สอดคล้องกับการสร้างแบรนด์ที่เรากำลังดำเนินการอยู่ เพราะเมื่อองค์กรมีแบรนด์ที่แข็งแรงแล้ว การเติบโตในระดับที่ใหญ่ขึ้นก็ย่อมต้องอาศัยระบบที่มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นเช่นกัน” คุณทวีอธิบาย


“วันนี้ เราเชื่อว่าองค์กรต้องเปิดกว้างมากขึ้น และต้องสร้างโครงสร้างที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมพัฒนาไปด้วยกัน ซึ่งการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเป็นโอกาสในการยกระดับองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”


เป้าหมายสู่แบรนด์ระดับโลก

           “ในปี 2569 PFP จะครบรอบ 40 ปีเต็ม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ตลอดจนผู้ถือหุ้นของบริษัท เราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ PFP ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ตัวแทนของประเทศไทย ที่สามารถขยายสู่ตลาดโลกได้อย่างภาคภูมิใจ ที่สำคัญ ต้องขอขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่าน รวมถึงซัพพลายเออร์ที่ร่วมเดินทางกับเรามาอย่างยาวนาน เพราะความร่วมมือเหล่านี้คือรากฐานสำคัญที่ทำให้ PFP เติบโตและเดินหน้าได้อย่างมั่นคงจนถึงวันนี้” คุณทวี  กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น



กลุ่มบริษัทในเครือของ พี.เอฟ.พี

อาณาจักร PFP เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2527 ได้ก่อตั้ง บริษัท แปซิฟิค แปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด ขึ้นที่จังหวัดสงขลา โดยเริ่มจากการผลิตปลาบด หรือ ซูริมิ จากนั้นได้ขยายธุรกิจสู่การผลิตอาหารทะเลแปรรูปหลากหลายประเภทแบบครบวงจร จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเมื่อธุรกิจได้เติบโตอย่างต่อเนื่องจึงก่อตั้ง บริษัท พี.เอฟ.พี เทรดดิ้ง จำกัด ในปี 2543 ในกรุงเทพฯ เพื่อรองรับการขยายตลาดภายในประเทศ และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่


เมื่อธุรกิจขยายการเติบโตอย่างรวดเร็วจึงก่อได้ทำการตั้ง บริษัท ที.พี แปซิฟิค จำกัด ในปี 2547 ที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อดำเนินงานกระจายสินค้าทางภาคเหนือ และรองรับการขยายตัวของตลาดในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาในปี 2564 ได้ก่อตั้ง บริษัท แปซิฟิคพาวเวอร์ แอนด์ โลจิสติกส์ จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้ภายในโรงงานและมีแผนผลิตเพื่อจำหนายในอนาคต (Solar Roof, Solar Farm) และล่าสุดในปี 2566 ได้จัดตั้ง บริษัท แปซิฟิค อินโนฟู้ด จำกัด เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอาหาร เราให้บริการ OEM แบบครบวงจร ตั้งแต่พัฒนาสูตร ไปจนถึงการผลิตด้วยมาตรฐานสากลและคุณภาพที่เชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบในการสร้างแบรนด์อย่างยั่งยืน




ความคิดเห็น


LATEST

พื้นที่ลงโฆษณา
Answer News

Call Us On

บริษัท เอ็มทีเอส คอนเนคชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด

Contact Us

  • Facebook
  • X
  • Youtube
  • TikTok

Follow us

Answer News Industrial ©2025 MTS Connections Groups Co.,Ltd สงวนลิขสิทธิ์

Answer News

Call Us On

บริษัท เอ็มทีเอส คอนเนคชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด

Contact Us

  • Facebook
  • X
  • Youtube
  • TikTok

Follow us

bottom of page