“32 ปี ชูโอโคคิ (ประเทศไทย)” กางแผนธุรกิจปี 2569
- answernewsonline
- 27 มี.ค.
- ยาว 1 นาที

บริษัท ชูโอโคคิ (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองครบรอบ 32 ปี เปิดวิสัยทัศน์ผู้บริหารผลักดันแผนการลงทุนขยายธุรกิจ พร้อมโชว์ศักยภาพผู้นำด้านการผลิตลิฟต์ และบันไดเลื่อน สู่กการเดินหน้าขยายฐานลูกค้ารายใหม่
คุณธีรพันธ์ นึกชัยภูมิ กรรมการผู้จัดการ / ผู้จัดการโรงงาน บริษัท ชูโอโคคิ (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์พิเศษ ว่า บริษัทฯ ก่อตั้งมาประมาณ 32 ปี โดยในช่วงเริ่มต้นทำการผลิตอะไหล่ลิฟต์ และบันไดเลื่อนให้กับ “มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์” ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ซึ่งปัจจุบันเราก็ยังคงผลิตอะไหล่ให้กับทางมิตซูบิชิอยู่ โดยเราจะมี Knowhow สามารถประกอบกงาน Safety Part ที่เป็นบันไดเลื่อน กับลิฟต์ ให้กับลูกค้าทาง มิตซูบิชิ เจ้าเดียว
ด้วยจุดเด่นของ บริษัท ชูโอโคคิ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ทำให้ลูกค้าไว้ใจเลือกใช้บริการจากเรา ว่าด้วยเรื่องของการบริการ ซึ่งทางบริษัทฯ จะมีการเข้าไปให้บริการที่ มิตซูบิชิ อยู่เป็นประจำ รวมถึงมีการให้คำปรึกษา หรือข้อแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับตัวโมเดลใหม่ๆ ครอบคลุมปัญหาต่างๆ ที่อันจะเกิดขึ้น โดยเราจะมีการประชุมหารือร่วมกันเกือบทุกๆ เดือน ตลอดจนการเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ต่างๆ โดยทางมิตซูบิชิได้มีการร้องขอเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโมเดลต่างๆ เพื่อช่วยในเรื่องของการลดต้นทุน และควบคุมคุณภาพ
คุณรัตนา อังคารชัย EXCUTIVE DIRECTOR บริษัท ชูโอโคคิ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันได้มีมีกาขยายไลน์การผลิต ซึ่งเป็นของมิตซูบิชิ เช่นกัน โดยเป็นไลน์การผลิตลิฟต์กับบันไดเลื่อน ซึ่งเป็นอะไหล่ที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทำให้เรามีงานมาอย่างต่อเนี่องจากมิตซูบิชิ ส่วนงานใหม่ๆ ที่ไม่ใช่งานต่อเนื่องจากมิตซูบิชิ มีอยู่ประมาณ 5% เราพยายามขยายไลน์การผลิตให้เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับออร์เดอร์จากลูกค้าของเรา
สำหรับ R&D ชองบริษัท ชูโอโคคิ (ประเทศไทย) จำกัด ปัจจุบันเราอาจจะยังไม่มีเป็นรูปเป็นร่างแต่เราได้มีโอกาสเข้าไปทำงานร่วมกับทีม R&D ของมิตซูบิชิ โดยนำ Knowhow รวมถึงเทคนิคในการประกอบงานจากประสบการณ์โดยตรง ผ่านการปรึกษาหารือจากเราเพื่อร่วมพัฒนาสินค้าให้ได้คุณภาพมากยิ่งขึ้น
ด้านคุณภาพสินค้าของบริษัทฯ โดยปกติเราจะมีการบริหารจัดการด้วยการทำระบบมาตรฐาน ISO 9001 รวมถึงเรื่องการรับ In Coming In Process และ Out Going เราได้มีการจัดทำมาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมการนำเอาคุณภาพของ มิตซูบิชิ มาใช้ในการบริหารจัดการภายในองค์กร
ในอนาคตบริษัทฯ มีแผนที่จะติดตั้งเครื่องจักรประเภท CNC และอุปกรณ์สายไฟต่างๆ ที่เกี่ยวกับระบบ Safety เพื่อให้เพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเราใช้บุคลากรที่เป็นคนค่อนข้างเยอะ ซึ่งจะเป็นรูปแบบกึ่งคนกึ่งระบบ Manual และอนาคตจะมีการลงทุนในเรื่องของเครื่องจักรประมาณ 70% และใช้แรงงานที่เป็นคนประมาณ 30% คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงปี 2569 รวมถึงวางแผนที่จะขยายไลน์การผลิตจากเดิมที่มีโรงงาน A โรงงาน B และโรงงาน C โดยทางบริษัทฯ วางแผนที่จะเพิ่มอีกหนึ่งโรงงานเป็นโรงงาน D ขึ้นมาอีก 1 เฟส เพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้น
คุณธีรพันธ์ กล่าวอีกว่า ทาง มิตซูบิชิ ได้ทำการย้ายโรงงานการผลิตมาดำเนินการผลิตที่บริษัท ชูโอโคคิ (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยนโยบายการผลิตของมิตซูบิชิ ที่ต้องการให้กลุ่มซัพพลายเออร์จากเดิมที่ผลิตประมาณ 30% เพิ่มขึ้นในอนาคตเป็นผลิต 50% ทางบริษัท ชูโอโคคิ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวเลือกที่อยู่ในแผนการผลิตที่คล้ายๆ กันกับของ บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงมีแผนในการโยกย้ายการผลิตมาที่บริษัทฯ

สำหรับงบประมาณในการลงทุนของบริษัทฯ เกี่ยวกับการขยายกำลังการผลิตในครั้งนี้ มีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท โดยคาดว่าจะส่งผล และก่อให้เกิดประโยชน์ในเรื่องของยอดขายที่เพิ่มขึ้น และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีก 20%
ส่วนการพัฒนาบุคลากร ด้วยนโยบายของผู้บริหารบริษัทฯ ที่ต้องการให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานหมุนเวียน หรือสลับหน้าที่กันได้ จะส่งผลให้พนักงานมี Skill ที่เพิ่มขึ้น และมีองค์ความรู้ในหน้าที่ หรือภายในองค์กรของตนเอง
นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของกาคการอบรมจาก บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เกี่ยวกับระบบ Check Sheet ซึ่งทางเราต้องใช้ระบบของ มิตซูบิชิ และในอนาคตจะมีการ Order ในระบบ Cloud โดยทางเราจะเข้าไปดู Order ผ่านระบบนี้ เพื่อการตรวจสอบข้อมูลโดยนำระบบ IO เข้ามาช่วยดำเนินการในเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทฯ ของเราถือเป็นซัพพลายเออร์ที่อยู่ข้างนอก และเป็นบริษัทแรกที่สามารถเข้าใช้งานระบบนี้ได้
อีกทั้ง ในปี 2569 เราวางแผนที่จะขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากกลุ่มลิฟต์ และบันไดเลื่อน โดยกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เราให้ความสนใจนั้น จะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ถัดมาเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ด้วยมาตรฐานการผลิตของบริษัทฯ ที่การันตีด้วยรางวัลด้านความปลอดภัยของระบบ IT ที่สามารถป้องกันการรบกวนจากระบบภายนอก รวมถึงรางวัลคุณภาพจาก บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ทางบริษัทฯ ได้รับทุกปี
รวมถึงการให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ได้รับมาตรฐาน ISO 14000 ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม คลอบคลุมไปถึงกิจกรรม CSR ต่างๆ ที่ทางผู้บริหารใส่ใจและจัดทำขึ้นทุกๆ ปี อาทิ โครงการบริจาคอาหารให้กับหมาแมวจรจัด และโครงการทำบุณตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ในโอกาสสำคัญๆ ของบริษัทฯ

















































ความคิดเห็น