top of page
พื้นที่ลงโฆษณา

LATEST

กนอ. ฉลองครบรอบ 53 ปี โชว์ผลงานปี 68 พร้อมเปิดแผนปี 69 สู่ “Green & Digital”

  • รูปภาพนักเขียน: answernewsonline
    answernewsonline
  • 26 มี.ค.
  • ยาว 2 นาที
กนอ. ฉลองครบรอบ 53 ปี โชว์ผลงานปี 68 พร้อมเปิดแผนปี 69 สู่ “Green & Digital”

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในโอกาสครบรอบ 53 ปี เผยความสำเร็จปีงบประมาณ 2568 ยอดลงทุนคึกคัก พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 พลิกโฉมองค์กรสู่“นักลงทุนเชิงกลยุทธ์” เดินหน้าโครงการ Low Carbon City ร่วมกับธนาคารโลก ปูพรมระบบ Cashless เต็มรูปแบบ เตรียมเปิดรับนักลงทุน พร้อมจัดหนักโปรโมชันของขวัญปีใหม่ ฟรีค่าเช่าที่ดิน 2 ปี ใน 3 นิคมฯ ศักยภาพ


เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนาการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ครบรอบ 53 ปี พร้อมกับกล่าวแสดงความยินดี โดยชื่นชมบทบาทสำคัญของ กนอ. ตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา ในฐานะกลไกหลักในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล พร้อมมอบนโยบายเร่งด่วนเพื่อขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กรอบการทำงาน “Quick Win 120 วัน” ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเน้นย้ำให้ กนอ. และหน่วยงานในสังกัด ทำงานด้วยความโปร่งใสและพร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง 


การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำบทบาทของ กนอ. ในยุคใหม่ว่าจะต้องเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้าง “อุตสาหกรรมพึ่งพาได้” โดยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่จัดตั้งหรือบริหารพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “เพื่อนบ้านที่ดี” ที่อยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเกื้อกูล สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสานต่อแนวคิด “เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ” (Eco-Industrial Town) เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นรากฐานของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป


ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย ปัจจุบัน กนอ. ดูแลนิคมอุตสาหกรรม 81 แห่ง และ 1 ท่าเรือ ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 2 แสนไร่ใน 17 จังหวัด มีโรงงานมาตรฐานกว่า 5,471 แห่ง เม็ดเงินลงทุนสะสมกว่า 15.21 ล้านล้านบาท และจ้างงานกว่า 1 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics), ห่วงโซ่อุปทานที่เปลี่ยนทิศ (Value Chain Shift), และการเข้าสู่ยุคดิจิทัล ( Digital Transformation ) กนอ. จึงต้องปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่เพื่อก้าวสู่ทศวรรษใหม่ภายใต้แนวคิด “One for All” โดยมุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน


การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ล่าสุด ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์การลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ว่า ในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา กนอ. ประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายและเช่าพื้นที่เติบโตน่าพอใจ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยานพาหนะและอุปกรณ์ (13.48%), ผลิตภัณฑ์โลหะ (10.45%), เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ (9.68%), เคมีภัณฑ์ (7.82%) และผลิตภัณฑ์พลาสติก (6.55%) โดยนักลงทุนจากญี่ปุ่น (23.41%) ยังคงครองแชมป์การลงทุนสูงสุด ตามมาด้วย จีน (16.76%) สิงคโปร์ (9.93%) และสหรัฐอเมริกา (5.79%) ส่งผลให้ปัจจุบัน กนอ. มีเม็ดเงินลงทุนสะสมรวมกว่า 15.32 ล้านล้านบาท และมีการจ้างงานในระบบกว่า 1 ล้านคน


ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ

สำหรับในปี 2569 กนอ.ได้กำหนดยุทธศาสตร์โดยมุ่งสู่การเป็น “Green & Digital Innovation” ซึ่งทิศทางการดำเนินงานจะปรับบทบาทจากผู้พัฒนาที่ดินสู่การเป็น “ผู้สร้างสรรค์ระบบนิเวศอุตสาหกรรมและนักลงทุนเชิงกลยุทธ์” (Strategic Investor) โดยมุ่งเน้น 2 แกนหลัก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่


1. การมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) ตั้งเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 ซึ่งในปี 2568 มีแผนขยายผลการตรวจรับรอง Carbon Neutrality ให้ครอบคลุมนิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ. บริหารจัดการเองทั้ง 13 แห่ง ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco I.E.) ไปสู่ SDG I.E. ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ  นอกจากนี้ ยังเตรียมร่วมมือกับธนาคารโลก (World Bank) และกระทรวงการคลัง ดำเนินโครงการนำร่องในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และแหลมฉบัง ด้วยงบลงทุนกว่า 3,400 ล้านบาท เพื่อติดตั้งระบบพลังงานสะอาด ทั้งโซลาร์ลอยน้ำและโซลาร์รูฟท็อป รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 91,250 ตันต่อปี และสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตให้กับองค์กร


  2. พลิกโฉมสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation) โดยการพัฒนาระบบการเงินแบบ Cashless เต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการชำระเงินดิจิทัลทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking หรือ QR Payment เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ เพิ่มความโปร่งใส และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลระดับสากล โดยคาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ภายในปี 2569 ส่วนความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญ ในปีงบประมาณที่ผ่านมา กนอ. ได้เร่งขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลักเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)


ด้านความคืบหน้าของ โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) งานถมทะเลและระบบสาธารณูปโภค มีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 93.68 ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ โดย กนอ. กำลังเร่งดำเนินการในขั้นตอนการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในระยะที่ 2 เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือสินค้าเหลวและคลังสินค้า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เช่นเดียวกับ นิคมอุตสาหกรรม Smart Park ที่มีความคืบหน้าการก่อสร้างร้อยละ 93.68 พร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2568 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (New S-Curve) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

กนอ.ยังเตรียมผนึกกำลังพันธมิตร หนุน SMEs เข้าสู่ Supply Chain ระดับโลก ผ่านแนวทาง “Quick Big Win” โดยล่าสุดได้จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับบริษัทชั้นนำระดับโลก อาทิ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ Supply Chain ไทย และผลักดันให้เกิดการใช้ Local Content ภายในประเทศมากขึ้น รวมถึงการเตรียมจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อ SMEs โดยเฉพาะ เพื่อเป็นพื้นที่ให้บริการและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยอย่างครบวงจร


อีกทั้ง การเตรียมมอบของขวัญปีใหม่ ด้วยการจัดโปรโมชั่น “ฟรี 2 ต่อ” ใน 3 นิคมอุตสาหกรรม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับนักลงทุน โดยมาตรการส่งเสริมการเช่าที่ดินใน 3 นิคมอุตสาหกรรม ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมพิจิตร, นิคมอุตสาหกรรมสงขลา และนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว โดยมอบสิทธิประโยชน์ “ฟรี 2 ต่อ” คือ ต่อที่ 1 ฟรีค่าเช่าที่ดิน 2 ปีแรก และ ต่อที่ 2 ฟรีค่าบริการบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก 2 ปี สำหรับผู้ที่ทำสัญญาเช่าตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อลดต้นทุนและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มธุรกิจได้อย่างมั่นคง


“ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีที่ผ่านมา คือเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทย และความเชื่อมั่นที่นักลงทุนทั่วโลกมีให้กับเรา แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ก้าวต่อไปในปี 2569 กนอ.จะไม่ใช่แค่การเป็นผู้จัดหาพื้นที่ แต่เราจะยกระดับสู่การเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมดิจิทัลและความยั่งยืน เราพร้อมเปลี่ยนผ่านนิคมอุตสาหกรรมไทยสู่ยุค Carbon Neutrality และสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่ครบวงจร เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพร้อมเติบโตเคียงคู่กับนักลงทุนในเวทีโลกอย่างยั่งยืน” ดร.สุเมธ กล่าว

ความคิดเห็น


LATEST

พื้นที่ลงโฆษณา
Answer News

Call Us On

บริษัท เอ็มทีเอส คอนเนคชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด

Contact Us

  • Facebook
  • X
  • Youtube
  • TikTok

Follow us

Answer News Industrial ©2025 MTS Connections Groups Co.,Ltd สงวนลิขสิทธิ์

Answer News

Call Us On

บริษัท เอ็มทีเอส คอนเนคชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด

Contact Us

  • Facebook
  • X
  • Youtube
  • TikTok

Follow us

bottom of page