“กระทรวงอุตสาหกรรม” หนุนนักลงทุนญี่ปุ่น
- answernewsonline
- 7 มี.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 2 มี.ค.
รัฐมนตีว่าการกระทรวงอุตฯ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนประเทศญี่ปุ่น พร้อมเดินหน้าขยายกำลังผลิต ชูจุดเด่นด้านความยั่งยืนเป็นแต้มต่ออุตสาหกรรมไทย

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมงานสัมมนา TJA Seminar : Strengthening Thailand-Japan Cooperations on the Face of Renewed Trade Tensions พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Thailand’s Industrial Policy: Through Renewed Trade Tensions” จัดโดย ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ สมาคมไทย-ญี่ปุ่น (TJA) และหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ เพื่อยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและญี่ปุ่น
นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยพร้อมให้การสนับสนุนนักลงทุนอย่างเต็มที่ เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นลงทุนในประเทศไทยมากที่สุดในหลายอุตสาหกรรม เพื่อเป็นการรักษาฐานการผลิตเดิม รัฐบาลพร้อมใช้มาตรการเชิงรุก อาทิ การลดภาษี และลดดอกเบี้ย รวมถึงการขยายฐานการผลิตออกมาตั้งในประเทศไทย ซึ่งมีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่มีความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงการบริการด้านโลจิสติกส์ การเงิน และการให้คำปรึกษา รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเขตนิคมอุตสาหกรรมให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างความได้เปรียบจากการแข่งขัน และรองรับการลงทุนจากต่างชาติในอนาคต

โดยรัฐบาลไทย ได้ปรับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมให้ง่าย (Ease of Doing Business) ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินงาน การออกใบอนุญาต เพื่อลดอุปสรรคอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจ โดยกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย และจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่กระทำความผิด การลักลอบนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน การลักลอบขนย้ายกากอุตสาหกรรม รวมถึงเข้มงวดการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์-พลาสติกใช้แล้วด้วยการกำกับดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมผู้ประกอบการในเรื่องของเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model) การใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมในกระบวนการรีไซเคิลเศษวัสดุ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตในโรงงาน เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมและการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้ใช้มาตรการลดการเผาอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดการเผาอ้อยได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ในอนาคตเราจะพัฒนานวัตกรรมสร้างมูลค่าใบอ้อยนำไปผลิตไฟฟ้าชีวมวล

“แน่นอนว่าการพัฒนาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของแรงงงาน เพื่อให้สามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด สร้างความเข้มแข็งในภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือและการสนับสนุนจากต่างประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายเอกนัฏ กล่าวทิ้งท้าย

















ความคิดเห็น