top of page

64 ปี “ทองไทยการทอ” ตอกย้ำธุรกิจใส่ใจสิ่งแวดล้อม

อัปเดตเมื่อ 2 ต.ค. 2566



“ทองไทยการทอ” ครบรอบ 64 ปีแห่งความมั่นคง โชว์ความสำเร็จด้วยรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 3 พร้อมเปิดแผนปีหน้าเตรียมลงทุน Solar Rooftop เพื่อจัดสรรพลังงานสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


คุณสุรัสวดี วงศ์สุรพิเชษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองไทยการทอ จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่อการส่งออก ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Answer News Industrial Magazine ในโอกาสครบรอบ 64 ปีแห่งความมั่นคงว่า “ทองไทยการทอ” ก่อตั้งขึ้นโดยคุณอนันต์ วงศ์สุรพิเชษฐ์ ซึ่งในช่วงแรกเริ่มธุรกิจจากการเป็นโรงย้อมและโรงทอผ้า จนกิจการเริ่มเติบโตขึ้นตามลำดับและได้ขยายธุรกิจสู่ด้านการพิมพ์ การ์เมนท์ พร้อมรองรับการให้บริการแบบครบวงจร



ต่อมาในปี 2562 ตนได้เข้าร่วมงานการจัดแสดงสินค้าที่ประเทศสเปน และได้เห็นถึงประสิทธิภาพของเครื่องย้อมผ้ารุ่นใหม่ที่มีจุดเด่นด้านการใช้ปริมาณน้ำที่ลดลง เนื่องจากเดิมที่ใช้น้ำอยู่ที่ 1:10 แต่เครื่องย้อมรุ่นใหม่จะใช้น้ำ 1:2 ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำและสารเคมีได้ค่อนข้างมาก รวมทั้ง ลดผลกระทบที่จะเกิดต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทจึงได้มีการลงทุนนำมาติดตั้งภายในโรงงาน โดยดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อปลายปี 2565


ประกอบกับการที่ตนเข้ามาบริหารงานในส่วนของโรงย้อมผ้า ซึ่งก่อนหน้านี้ดูแลในส่วนของงานการ์เมนท์ และในช่วงหลัง เริ่มรู้สึกในเวลาเดินตรวจงานว่าภายในโรงงานมีอากาศที่ร้อนขึ้น จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนในการปรับปรุงโรงงานให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียวมากขึ้น โดยเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่แทนเครื่องจักรเดิมและเปลี่ยนบอยเลอร์มาใช้พลังงานสะอาดจากพลังงานชีวมวลมากขึ้น



ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้เล็งเห็นถึงการรองรับต่อความต้องการของตลาดสิ่งทอระดับโลกที่ให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมสีเขียวมากขึ้น โดยจากการดำเนินการต่างๆ บริษัทได้เข้าร่วมรับการตรวจสอบและประเมินในโครงการอุตสาหกรรมสีเขียว ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และผ่านการประเมินให้ได้รับอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green Industry, level 3 : Green System)


“จากสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน เราได้มีนโยบายในการให้ความสำคัญในเรื่องของอุตสาหกรรมสีเขียวอย่างจริงจังมากขึ้น โดยได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ลดการใช้พลังงานและลดการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเราได้รับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียวกับทางส่วนราชการ ในระดับ 3 ทั้งนี้ เรายังตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องสู่ระดับ 4 และ 5 ต่อไปในอนาคต


นอกจากนี้ เรายังได้ศึกษาและตั้งเป้าหมายที่จะทำให้อุตสาหกรรมสีเขียวชัดเจนมากขึ้น โดยจะเข้าร่วมรับประเมินมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องหรือรับรองการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ซึ่งเมื่อผ่านการรับรองจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ระดับโลก ในการเลือกใช้ผ้าของเราที่เป็นสินค้าที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง”


คุณสุรัสวดีกล่าว



คุณสุรัสวดีกล่าวต่อถึงแผนการดำเนินธุรกิจว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้เดินหน้าพัฒนาตามนโยบายการปรับธุรกิจสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว และได้ลงทุนปรับปรุงและปรับเปลี่ยนต่างๆ ภายในโรงงาน ทั้งในเรื่องของเครื่องจักรและห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ให้เป็นไปตามเกณฑ์ ซึ่งจะลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนยังช่วยลดต้นทุนและลดการใช้สารเคมีด้วย


ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2567 จะเริ่มกลับมาลงทุนอีกครั้งและยังเป็นโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมสีเขียว สำหรับการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) เต็มพื้นที่บนอาคารโรงงาน ซึ่งจะสามารถผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดและนำมาใช้ภายในกระบวนการผลิตต่อไป ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสรรหาผู้รับเหมาที่จะเข้ามาดำเนินการ


คุณสุรัสวดีกล่าวตอกย้ำถึงจุดเด่นและจุดแข็งของบริษัทว่า อยากให้ลูกค้ามั่นใจได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ผ้าของบริษัทได้รับการพัฒนานวัตกรรมและผลิตขึ้นจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย และที่สำคัญ ในทุกกระบวนการผลิตได้รับการรับรองแล้วว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสังคมและชุมชนด้วย นอกจากนี้ เนื้อผ้ายังมีความละเอียดอ่อนและมีคุณภาพสูง โดยผลิตภัณฑ์ผ้าส่วนใหญ่กว่า 80% ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศที่นำไปผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มเพื่อจำหน่ายทั่วโลก


นอกจากการให้ความสำคัญในเรื่องของอุตสาหกรรมสีเขียวและการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าแล้ว บริษัทยังมุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างสัมพันธ์อันดี หรือ การจัดกิจกรรม CSR ภายในองค์กร ทั้งกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับพนักงานในเรื่องของอุตสาหกรรมสีเขียว ตลอดจนการสร้างสถานที่ทำงานให้เป็น Happy Workplace หรือ องค์กรแห่งความสุข โดยเชิญวิทยากรในการให้คำปรึกษากับพนักงาน เพื่อดูแลให้พนักงานมีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งเมื่อมีสุขภาพจิตที่ดีก็สามารถทำงานได้อย่างมีความสุข


รวมทั้ง ภายในโรงงานยังได้มีการจัดพื้นที่สำหรับการออกกำลังกาย อาทิ ลู่วิ่งและทางปั่นจักรยาน เป็นต้น ซึ่งนอกจากสุขภาพจิตที่ดีแล้วสุขภาพกายก็จะต้องดีตามไปด้วย และส่งผลดีในเรื่องการหยุดงานจากการเจ็บป่วยด้วย ขณะเดียวกัน บริษัทได้จัดให้มี Marketplace ก็คือ ตลาดขายของภายในโรงงาน โดยเป็นการนำสินค้าต่างๆ เช่น อาหาร ขนม หรือพืชผักต่างๆ ของทางบ้านพนักงานมาจำหน่ายที่โรงงาน เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับพนักงานด้วย



นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีว่าจ้างช่างตัดผมจากภายนอกเข้ามาให้บริการตัดผมให้กับพนักงานในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป โดยกิจกรรมและโครงการต่างๆ ที่บริษัทจัดขึ้น ล้วนเน้นการพัฒนาและสร้างความสุขให้กับบุคลากรทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขและมีสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งจะสร้างผลดีต่อการพัฒนาขององค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง


คุณสุรัสวดีกล่าวปิดท้ายว่า บริษัทขอขอบคุณซัพพลายเออร์ที่ให้การสนับสนุนการจัดทำข่าวในครั้งนี้ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตต่างๆ อย่างเช่นช่วงโควิดที่ผ่านมา ที่ได้พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันทำให้ผ่านพ้นอุปสรรคมาได้ ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าปี 2567 แนวโน้มธุรกิจจะกลับมาดีขึ้น และเราจะทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนไปด้วยกัน


รวมทั้ง ขอขอบคุณ Answer News Industrial Magazine ที่มอบพื้นที่หน้าข่าวให้ได้นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร วิสัยทัศน์ต่างๆ ในการเป็นธุรกิจย้อมผ้าและสิ่งทอที่มีความรับผิดชอบ มีความใส่ใจ และไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม การันตีด้วยการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 3 และจะก้าวสู่ระดับ 4 และ 5 ในอนาคต ตลอดจนการเป็นช่องทางที่จะทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักในแวดวงอุตสาหกรรมและกลุ่มผู้ประกอบการไทยมากขึ้นด้วย









ดู 164 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comentarios


© สงวนลิขสิทธิ์
bottom of page