top of page

“ซันฟลาว โทกาจิ ฟู๊ด อินเตอร์เนชั่นแนล” เดินหน้าขยายโรงงานแห่งที่ 2 ปั้นธุรกิจเบเกอรี่เจาะตลาดยุโรป

อัปเดตเมื่อ 14 ก.ย. 2566


บริษัท ซันฟลาว โทกาจิ ฟู๊ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตขนมไดฟูกุ ภายใต้แบรนด์ โทกาจิ (Tokaji) เปิดวางแผนเตรียมสร้างโรงงานใหม่ พร้อมเพิ่มโปรดักต์กลุ่ม Ambient ปักหมุดตลาดส่งออก สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน


คุณสุทธินี สีตะประดิษฐ์ (บีม) Director บริษัท ซันฟลาว โทกาจิ ฟู๊ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Answer News Industrial Magazine เกี่ยวกับแผนขยายโรงงานแห่งที่ 2 ว่า บริษัทฯ ต้องการขยายและพัฒนาสินค้าให้มากขึ้น เราเล็งเห็นว่าสินค้ากลุ่มในประเภทเบเกอรี่ที่มีคนสนใจเพิ่มขึ้น โดยโรงงานแห่งแรกของเราดำเนินการผลิตโมจิ ไดฟูกุ ฉะนั้น จำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิตเกี่ยวกับเบเกอรี่ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความจุให้มากขึ้นตามไปด้วยเบื้องต้นอยู่ในช่วงวางแผนในการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 คาดว่าจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัวจากโรงงานแห่งที่ 1 สำหรับตัวเบเกอรี่



โรงงานแห่งที่ 2 จะมีเทคโนโลยี นวัตกรรม รูปแบบ Japanese Knowhow ทั้งหมด ฉะนั้น ความแตกต่างในลักษณะ รูปลักษณ์ของสินค้า ตลอดจนความทันสมัยล้วนมาจากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเราเป็นบริษัทร่วมทุนกับประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้สินค้า รวมถึงนวัตกรรมการผลิตต่างๆ ล้วนมีกลิ่นไอผสมผสานระหว่างไทยกับญี่ปุ่น จะเห็นได้ว่าสินค้าที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจะเหมือนกับสินค้าที่วางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นด้วย


สำหรับจุดเด่นโรงงานแห่งที่ 2 สิ่งที่บริษัทฯ ต้องการเพิ่มเติมด้วยความที่เราเป็นบริษัทผลิตสินค้า Frozen หากเป็นไปได้ เราก็อยากจะเป็นบริษัทที่ทำขนมรูปแบบ Ambient ที่ไม่ต้องนำไป Frozen พร้อมรับประทาน และอีกหนึ่งอย่างที่จะพัฒนาขึ้นมา คือ อาหารเกี่ยวกับสุขภาพต่างๆ เป็นโปรเจกต์ที่อยู่ภายในโรงงานแห่งใหม่ ที่จะช่วยตอบโจทย์ถึงความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน ส่วนกำลังการผลิตโรงงานของบริษัทฯ ซึ่งโรงงานแห่งแรก ปัจจุบันมีกำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 20 – 30 ล้านลูก/ปี และเมื่อโรงงานแห่งที่ 2 ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ คาดว่าจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 40 -50 ล้านลูก/ปี โดยโรงงานที่ 2 แห่งนี้ จะผลิตสินค้าเกี่ยวกับเบเกอรี่



ช่องทางการจัดจำหน่ายในปี้นี้ คุณสุทธินี บอกว่า จะเน้นการส่งออกเพิ่มขึ้น โดยโฟกัสไปยังกลุ่มโซนอเมริกา และยุโรป ให้มากขึ้น ด้วยจุดแข็งสินค้าของเรา จึงมีความมั่นใจในเรื่องคุณภาพ และราคาของเราสามารถต่อสู้กับคู่แข่งในตลาดต่างประเทศ ส่วนตลาดในประเทศไทยในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2565


ส่วนความท้าทายการทำตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศ นั้น โดยตลาดภายในประเทศ เราต้องพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายตามกระแส เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคคนไทยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่บริโภคตามกระแส อย่างตอนนี้ สินค้าที่ถือว่าเป็น The Best นั่นคือ ไดฟูกุทุเรียน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลของทุเรียน ทำให้กระแสค่อนข้างดี ฉะนั้น เราต้องคิดค้นพัฒนาสินค้าของเราเพื่อตอบโจทย์กับความต้องการให้มากที่สุด ด้านตลาดต่างประเทศ เราต้องมองหาช่องทางการกระจายสินค้าในรูปแบบต่างๆ ควบคู่กับพิจารณาช่องทางที่เหมาะสมกับสินค้าของเราที่เป็นรูปแบบ Frozen ซึ่งต้องคำนึงในเรื่องการเก็บรักษาสินค้า ถือเป็นโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทายในการทำตลาดต่างประเทศ ตลอดจนการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงตามไปด้วย โดยตลาดในต่างประเทศจะแข่งขันกันในเรื่องของราคา ครอบคลุมไปถึงข้อกำหนดต่างๆ ของแต่ละประเทศอีกด้วย



นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการจัดกิจกรรมเพิ่มศักยภาพบุคลากรด้วยการส่งพนักงานไปศึกษาดูงานที่บริษัทแม่ประเทศญี่ปุ่นในทุกๆ ปี รวมถึงการสำรวจตลาด หรือเทรนด์ต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำกลับมาต่อยอดที่ประเทศไทย และมีการวางแผนชิมขนมของประเทศญี่ปุ่นทุกๆ เดือน เพื่อนำกลับมาให้ฝ่าย R&D ของเราพัฒนาตัวขนมต่อไปอย่างต่อเนื่อง


คุณสุทธินี พูดถึงรางวัลและผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้แก่บริษัท ว่า ล่าสุดเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัท ซันฟลาว โทกาจิ ฟู๊ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้รับรางวัลเซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอียั่งยืน 2022 ตลอดจนมาตรฐาน Standard ในด้านการผลิตต่างๆ อาทิ มาตรฐาน ISO, มาตรฐาน HAS และโรงงานแห่งที่ 2 เราเล็งเห็นและต้องการที่จะเข้าสู่มาตรฐาน BRC


บริษัท ซันฟลาว โทกาจิ ฟู๊ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด วางเป้าหมายของธุรกิจในปี้นี้ เราได้ทำการส่งออกเพิ่มมากขึ้น และตั้งเป้าที่จะเติบโตจากปี 2565 อีก 40% อีกทั้ง นโยบายของท่านประธานบริษัท ที่ต้องการผลักดันให้ บริษัท ซันฟลาว โทกาจิ ฟู๊ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



คุณสุทธินี กล่าวถึงหลักบริหารธุรกิจ ว่า ส่วนตัวเริ่มต้นธุรกิจมาจากการคลุกคลีอยู่กับทีมงาน เราไม่ได้เพียงแค่สั่งงานอย่างเดียวในฐานะผู้บริหาร แต่เราลงมือปฏิบัติตั้งแต่เริ่มสร้างโรงงาน มาจนถึงทุกวันนี้ และมองพนักงานทุกคนเปรียบเสมือนเป็นบุคคลในครอบครัว การบริหารงานเราต้องมีทั้งพระเดชพระคุณในการบริหาร สิ่งสำคัญ คือ การทำงานเป็น Team Work ต่อให้เราเอาคนเก่งๆ มาทำงานกับเรา แต่หากทำงานรูปแบบ Team Work ไม่ได้ สุดท้ายคุณก็ไม่สามารถทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานได้อยู่ดี ซึ่งคิดว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่ง คนเราสามารถสอนงานกันได้ สามารถทำงานร่วมกับทีม และเดินไปด้วยกัน ท้ายที่สุดเราจะเห็นเป้าหมายที่อยู่ข้างหน้าตามที่เราวางเอาไว้


“อยากฝากทุกๆ คนที่อยู่ในธุรกิจ หรือแวดวงอาหาร เชื่อว่ายังมีอีกหลายช่องทางที่จะสามารถทำให้เราเติบโต สำหรับตนเอง เริ่มทำธุรกิจจากการมี Passion ในการทำงานตรงนี้ และอยากจะสืบทอดสิ่งที่ทางคุณพ่อปูทางเอาไว้ให้เราเดิน ฉะนั้น ความอดทน ความพยายาม ที่จะไปให้สุด น่าจะเป็น Quality ที่นักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ ควรจะมี สุดท้ายแล้ว ตลาดใหม่ๆ ยังมีรองรับอีกมากมาย เพียงแค่เราหาให้ถูกทางให้ถูกที่เท่านั้น อยากจะฝากแบรนด์ “โทกาจิ” ขนมญี่ปุ่น สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป เราไม่ได้มีแค่แบรนด์ไดฟูกุ เท่านั้น



สุดท้ายนี้ อยากจะขอบคุณซัพพลายเออร์ที่สนับสนุนมาโยตลอด ทำให้เราสามารถผลิตสินค้าได้ทันเวลา ถ้าหากเราไม่มีกลุ่มซัพพลายเออร์เหล่านี้คอย Support เราก็อาจจะทำให้เจอปัญหา Short Trade ที่จะ Supply ให้กับลูกค้าตัวเอง อยากขอบคุณ บริษัท ริช โปรดักส์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท มีนา แพ็คเกจจิ้ง จำกัด, บริษัท เอส.เค. พลาส จํากัด, บริษัท ซีพี-เมจิ จํากัด, บริษัท ไรซ์ ครีเอชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ที่สนับสนุนเรามาโดยตลอด และเป็น Raw Material สำคัญที่เราใช้บริการเป็นหลักอย่างสม่ำเสมอ” คุณสุทธินี ฝากทิ้งท้าย



ดู 811 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


© สงวนลิขสิทธิ์
bottom of page