top of page

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนสิงหาคม 2568

  • รูปภาพนักเขียน: answernewsonline
    answernewsonline
  • 5 ก.ย. 2568
  • ยาว 3 นาที

ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยได้รับแรงหนุนจากสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธาน Fed ส่งสัญญาณถึงโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน 2568 ขณะที่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมที่ ขยายตัวต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ตาม เงินทุนต่างชาติ ไหลออกจากทั้งตลาดพันธบัตรและหุ้นไทย ท่ามกลางส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลของไทยและสหรัฐที่กว้าง ขึ้น หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เป็น 1.50% ต่อปี ส่งผลให้ดัชนี SET Index ในเดือนสิงหาคม 2568 ปรับตัวลงเล็กน้อย 0.5% จากสิ้นเดือนกรกฎาคม


ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยเป็น 2% จากเดิมที่ คาดการณ์ไว้ที่ 1.8% ตามการเร่งส่งออกสินค้าก่อนที่ ภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของ สหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ แม้ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 2/2568 ขยายตัว 2.8% ชะลอลงจาก 3.2% ในไตรมาส 1/2568 ปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของการผลิตนอกภาคเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มบริการที่เกี่ยวกับ การท่องเที่ยว


ภาพรวมกำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 ของบริษัทจดทะเบียนเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มี ผลการดำเนินงานดีกว่าคาดปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ความสำเร็จของงาน Thailand Focus 2025 และผลตอบแทน หุ้น IPO ที่ เริ่มฟื้นตัวในเดือนที่ ผ่านมา สะท้อนถึงความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย


ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนสิงหาคม 2568

  • ณ สิ้นเดือนสิงหาคม SET Index ปิดที่ 1,236.61 จุด ปรับลดลง 0.5% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า ถือเป็นการปรับลง เล็กน้อยหลังปรับเพิ่มขึ้นมากในเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2568 SET Index ปรับลดลง 11.7% จากสิ้นปีที่ผ่านมา

  • เดือนสิงหาคม กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่ม การเงิน กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากร

  • ในเดือนสิงหาคม มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 50,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวัน รวมฯ อยู่ที่43,011 ล้านบาท ลดลง 3.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วน มูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 51.47% ของมูลค่าการซื้อขายรวม แต่มีสถานะเป็นผู้ขายสุทธิ 21,816 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกลับมาขายสุทธิหลังจากซื้อสุทธิในเดือนก่อนหน้า

  • มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน mai 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ.โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล (HANN)

  • Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นสิงหาคม อยู่ที่ระดับ 13.9 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.5 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 14.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ใน เอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 15.4 เท่า

  • อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นสิงหาคม อยู่ที่ระดับ 3.99% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.08%


ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนสิงหาคม 2568

  • มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 369,772 สัญญา เพิ่มขึ้น 4.1% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ Single Stock Futures และ SET50 Index Options ท าให้ในปี 2568 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 419,267 สัญญา ลดลง 13.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ Single Stock Futures และ Gold Online Futures



“SET…Make it ‘Work’ for Every Future” สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายบริหารการสื่อสาร และสื่อสัมพันธ์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ โทร. 0 2009 9581



ภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนสิงหาคม 2568 สรุปสถิติสำคัญตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนสิงหาคม 2568

  • ในเดือนสิงหาคม 2568 การแถลงของประธาน Fed ในงานสัมมนา Jackson Hole ส่งสัญญาณชัดเจนว่า Fed อาจลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน 2568 หลัง ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 73,000 ต าแหน่งในเดือนกรกฏาคมซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 106,000 ตำแหน่ง ขณะที่เงินเฟ้อ ชะลอตัวลง ในส่วนของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ครั้งที่ 4/2568 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จาก ร้อยละ 1.75 เป็นร้อยละ 1.50 ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในปี 2568 และ 2569 ขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ แต่มาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะซ้ำาเติมปัญหาห่วงโซ่การ ผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้านสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส /22568 ขยายตัว 2.8% ชะลอลงจากการขยายตัว 3.2% ในไตรมาส 1/2568 ปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวของการผลิตนอกภาคเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว อย่างไรก็ ดี สศช. ได้ปรับประมาณการใหม่ขยายตัว2% จากเดิมที่คาด 1.8% ตามการเร่งส่งออกสินค้าก่อนที่Reciprocal Tariffs ของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้

  • บริษัทจดทะเบียนรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2568 โดยภาพรวมมีกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง จากความสามารถในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้ดี อีกทั้ง ต้นทุนการเงินลดลง นอกจากนี้ยังมีกำไรพิเศษจากการควบรวมกิจการและการลงทุนของบริษัทขนาดใหญ่โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานและปิ โตรเคมี ทำให้ บจ. เกินครึ่ง รายงานกำไรสุทธิสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยราคาหุ้นกลุ่มดังกล่าวปรับสูงขึ้นจากผลการดำเนินงานที่ดีกว่าคาด ประกอบกับการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทน พันธบัตรสะท้อนถึงการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะผ่อนคลายมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งส่งผลดีต่อบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มการเงิน และกลุ่มโรงงานผลิตไฟฟ้าเนื่องจากมีต้นทุนการเงินที่ปรับลดลง อีกทั้งเริ่มเห็นผลตอบแทนหุ้น IPO ที่กลับมาคึกคักในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งตลาด หลักทรัพย์ฯได้จัดงาน Thailand Focus 2025 เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดผู ้ลงทุนให้กลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยมากยิ่งขึ้น

  • ณสิ้นเดือนสิงหาคม2568SETIndexปิดที่ 1,236.61 จุด ปรับลดลง 0.5% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า ปรับลงเล็กน้อยหลังปรับเพิ่มขึ้นมากในเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้น เดือนสิงหาคม 2568 SET Index ปรับลดลง 11.7% จากสิ้นปีที่ผ่านมา ซึ่งปรับลดลงมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มการเงินกลุ่มทรัพยากรและกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม

  • ในเดือนสิงหาคม 2568 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 50,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมฯ อยู่ที่ 43,011 ล้านบาท ลดลง 3.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผู ้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการ ซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 51.47% ของมูลค่าการซื้อขายรวม แต่มีสถานะเป็นผู ้ขายสุทธิ 21,816 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกลับมาขายสุทธิหลังจากมีสถานะเป็นผู ้ซื้อสุทธิในเดือนก่อน หน้า

  • เดือนสิงหาคม2568มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน mai 1 หลักทรัพย์ได้แก่บมจ.โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล(HANN)

การแถลงของประธาน Fed ในงานสัมมนา Jackson Hole (วันที่ 22 ส.ค. 2568) ส่งสัญญาณชัดเจนว่า Fed อาจลดอัตราดอกเบี้ยใน การประชุมเดือนกันยายน 2568 หลังมีความเสี่ยงที่การจ้างงานจะลดลง โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เพิ่มขึ้น 73,000 ต าแหน่งในเดือนก.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 106,000 ตำแหน่ง ขณะที่เงินเฟ้อชะลอตัวลง


แรงกดดันจากเงินเฟ้อที่มีสัญญาณเร่งตัวจากมาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์


นักลงทุนเชื่อว่า Fed จะลดดอกเบี ้ย ในเดือนกันยายนและธันวาคมของปีน


วันที่ 13 สิงหาคม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ครั้งที่ 4/2568 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 1.75 เป็นร้อยละ 1.50 ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในปี 2568 และ 2569 ขยายตัว ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ แต่มาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะซ้ำเติมปัญหาห่วงโซ่การผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขัน


เปรียบเทียบส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลของไทยและสหรัฐฯ


 เงินทุนต่างชาติไหลออกทั ้งจากตลาดพันธบัตรและหุ ้นในเดือนสิงหาคม



สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2568 ขยายตัว 2.8% ชะลอลงจาก การขยายตัว 3.2% ในไตรมาส 1/2568 ปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวของการผลิตนอกภาคเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี สศช. ได้ปรับประมาณการใหม่ขยายตัว 2% จากเดิมที่คาด 1.8% ตามการเร่งส่งออกสินค้าก่อนที่ Reciprocal Tariffs ของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้


การชะลอตัวของการผลิตนอกภาคเกษตร และการใช้จ่ายของรัฐบาล/เอกชน ที่สวนทางกับการส่งออกสินค้าและบริการที่ยังขยายตัวต่อเนื่องใน1H2568




บริษัทจดทะเบียนรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2ปี 2568โดยภาพรวมมีกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง จากความสามารถในการ ควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้ดี อีกทั้งต้นทุนการเงินลดลง นอกจากนี้ยังมีกำไรพิเศษจากการควบรวมกิจการและการลงทุนของ บริษัทขนาดใหญ่โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานและปิ โตรเคมี ทำให้ บจ. เกินครึ่งรายงานกำไรสุทธิสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์


รายงานก าไรในไตรมาส 2ปี 2568ของบริษัทจดทะเบียนไทย



Earning Growth ไตรมาส 2/2568 ของบจ. ไทยในแต่ละ Sector



 บจ. เกินครึ่งรายงานก าไรสุทธิสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์



นอกจากหุ้นกลุ่มน้ำมันที่ราคาปรับขึ้นจากผลการดำเนินงานที่ดีกว่าคาด การปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสะท้อนถึงการดำเนิน นโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ตลาดคาดว่าจะผ่อนคลายมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งส่งผลดีต่อบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม การเงิน และกลุ่มโรงงานผลิตไฟฟ้าเนื่องจากมีต้นทุนการเงินที่ปรับลดลง อีกทั้งเริ่มเห็นผลตอบแทนหุ้น IPO ที่กลับมาคึกคักในเดือนที่ผ่านมา


หุ้นในกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากดอกเบี้ยขาลงและส่งออก Outperform ตลาด


 First Day Return ของ IPO กลับมาอยู่ในระดับสูงในเดือนที่ผ่านมา



ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดงาน Thailand Focus 2025 ครั้งที่ 19 ภายใต้ธีม “Beyond the Challenges” โดยเชิญผู้แทนภาครัฐ ตลาดเงินตลาดทุน และผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ร่วมให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยสู่บริบทใหม่แห่งการลงทุน โดยมีผู้ลงทุนสถาบันกว่า 180 ราย จาก 75 สถาบันทั่วโลก

ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2568SET Index ปิดที่ 1,236.61 จุด ปรับลดลง 0.5% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า ปรับลงเล็กน้อยหลังปรับเพิ่มขึ้นมากใน เดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2568 SET Index ปรับลดลง 11.7% จากสิ้นปีที่ผ่านมา ซึ่งปรับลดลงมากกว่าตลาด หลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค

Stock index price change 2025 (%YTD)



เดือนสิงหาคม 2568 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่ม การเงิน กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และ กลุ่มทรัพยากร

SET Index classified by industry



ในเดือนสิงหาคม 2568 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 50,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมฯ อยู่ที่ 43,011ล้านบาท ลดลง 3.1% จากช่วงเดียวกันของปี ก่อน



ในเดือนสิงหาคม 2568 นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 21,816 ล้านบาท ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2568 นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 84,384 ล้านบาท



เดือนสิงหาคม 2568 ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 51.47%ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 33.98%และผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 9.03% และบริษัทหลักทรัพย์ 5.51%



เดือนสิงหาคม 2568 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน mai 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ.โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล (HANN)



ที่มา : SET THAILAND

ความคิดเห็น


Answer News

Call Us On

บริษัท เอ็มทีเอส คอนเนคชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด

Contact Us

  • Facebook
  • X
  • Youtube
  • TikTok

Follow us

Answer News Industrial ©2025 MTS Connections Groups Co.,Ltd สงวนลิขสิทธิ์

Answer News

Call Us On

บริษัท เอ็มทีเอส คอนเนคชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด

Contact Us

  • Facebook
  • X
  • Youtube
  • TikTok

Follow us

bottom of page