top of page

18 ปี กลุ่มบริษัท ซีแอลพี เติบโตด้วยนวัตกรรม

CLP

            กลุ่มบริษัท ซีแอลพี ฉลองความสำเร็จ 18 ปี โชว์ผลงานนวัตกรรมด้านการเกษตรที่มุ่งมั่นพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำวิสัยทัศน์และนโยบายในการส่งเสริมภาคเกษตรกรรมไทยให้ได้มาตรฐานระดับโลก พร้อมชูแผนปีหน้าเตรียมพัฒนานวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเกษตรกร


                คุณวัชรา ลี้โกมลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแอลพี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ในเครือกลุ่มบริษัท ซีแอลพี ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตรคุณภาพ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Answer News Industrial Magazine ว่า ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจครบรอบ 18 ปีแห่งความสำเร็จ นับจากการก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2548 โดยคุณงามจิตต์ และคุณมานพ ลี้โกมลชัย (คุณแม่-คุณพ่อ) ผู้ร่วมก่อตั้ง ในนามบริษัท ซีแอลพี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งถือกำเนิดจากการเป็นผู้ผลิตและประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ (OEM) ส่งให้บริษัทผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำ


CLP

                ประกอบกับ ด้วยวิสัยทัศน์ของคุณมานพ ลี้โกมลชัย ได้เล็งเห็นถึงการสร้างโอกาสในการเติบโตของธุรกิจในการสร้างแบรนด์ของตน ซึ่งในขณะนั้น บริษัทได้มีความพร้อมในเรื่องของทีมวิศวกรที่มีศักยภาพและด้วยความสนใจส่วนตัวในเรื่องของการเกษตร จึงได้นำวิสัยทัศน์และความสนใจมาพัฒนาสินค้าในกลุ่มธุรกิจใหม่ โดยเริ่มต้นจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายชุดหางเรือแบบชุดเกียร์ ที่มีจุดเด่นในเรื่องของขนาดเครื่องยนต์เล็กกว่าท้องตลาดและมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากกว่า เพื่อส่งขายในต่างประเทศ


                 ในระยะเวลาต่อมา จากการที่คุณมานพได้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ได้เห็นว่าเกษตรกรต่างมีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกต่อการจัดการผลผลิตทางการเกษตร ทั้งด้านประสิทธิภาพในการใช้งานและมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนักเหมาะสำหรับพื้นที่แปลงเกษตรกรรมขนาดเล็ก จึงได้ริเริ่มที่จะนำแนวคิดดังกล่าวกลับมาพัฒนาเครื่องจักรให้เข้ากับบริบทของเกษตรกรไทย


CLP

                โดยเริ่มตั้งทีมวิจัยและพัฒนาเครื่องจักรต่างๆ ในรูปแบบโครงการวิจัย ก่อนที่จะเริ่มพัฒนาเป็นสินค้าหลักในการผลิตและจำหน่าย เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองต่อการทำเกษตรกรรมทั่วไป อาทิ เครื่องสีข้าวขนาดเล็กและขนาดกลางเครื่องย่อยกิ่งไม้ และเครื่องผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งเมื่อตลาดเริ่มเติบโตได้ในระยะหนึ่งได้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง เมื่อสินค้าเครื่องจักรแบรนด์ต่างๆ จำนวนมากจากประเทศจีนเข้ามาตีตลาดด้วยราคาที่ถูกว่าสินค้าภายในประเทศ จึงทำให้บริษัทต้องมีการปรับตัวให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้


                คุณมานพและทีมงานจึงได้ตัดสินใจเลือกพัฒนาเครื่องจักรที่เกี่ยวกับข้าว ซึ่งข้าวเป็นธัญพืชที่คนไทยบริโภคเป็นอาหารสำคัญและมีหลากหลายชนิด โดยนำเครื่องสีข้าวที่มีอยู่มาพัฒนาต่อยอดให้ครบทั้งกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การอบการคัดเมล็ด การสี และการบรรจุข้าว และได้ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือพัฒนาสินค้า (Knowledge Cooperation) กับผู้ผลิตเครื่องสีข้าวชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 44 ปี เพื่อพัฒนาสินค้าในกลุ่มเครื่องสีข้าวให้ได้มาตรฐานระดับโลก


CLP

                บริษัทได้เดินหน้าพัฒนาเครื่องจักรผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และร่วมศึกษาวิจัยด้านนวัตกรรมกับทางหน่วยงานต่างๆ หลายภาคส่วนมากขึ้นทำให้เครื่องจักรได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานสามารถตอบสนองต่อการนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจำหน่ายในราคาที่เกษตรกรไทยสามารถเป็นเจ้าของได้

                “เราได้เริ่มส่งผลงานนวัตกรรมเครื่องสีข้าวเข้าร่วมประกวดกับกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้รับความเชื่อมั่นจากภาครัฐ ทำให้เราได้เชื่อมโยงกับกลุ่มเกษตรกรและสร้างโครงข่ายพัฒนาเกษตรกรรมไปด้วยกัน และเรายังรับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในเรื่องของงานวิจัยและพัฒนา เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานคุณภาพและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรด้วยนวัตกรรมของคนไทยเพื่อคนไทย” คุณวัชรากล่าว


CLP

                ในปัจจุบัน บริษัทมีความพร้อมในด้านการให้บริการตั้งแต่ขั้นตอนกระบวนการวิจัย ออกแบบ และพัฒนา ขั้นตอน การผลิต, การทำการตลาดและการขาย, บริการหลังการขาย และแหล่งข้อมูลเรียนรู้ โดยมีบริษัทในเครือทั้งหมด 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ซีแอลพี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ดูแลในเรื่องของการวิจัยและพัฒนา การผลิต และงานบริการหลังการขาย


                ส่วน บริษัท ซีแอลพี อินเตอร์เทรด จำกัด ตัวแทนจำหน่ายสินค้าของกลุ่มบริษัทซีแอลพีทั้งหมด และบริษัท ซีแอลพีบิซิเนส แมเนจเมนท์ จำกัด เป็นบริษัทบริหารจัดการองค์กรให้เติบโต นอกจากนี้ บริษัทมีตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศกว่า 36 จังหวัด และมีตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศแล้วกว่า 7 ประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา, สาธารณรัฐประชาชนจีน, ไนจีเรีย, ไต้หวัน, แอฟริกาตะวันออก, อินโดนีเซีย, อินเดีย และญี่ปุ่น


CLP

                “จากการที่เราเริ่มต้นจากเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ OEM สู่การสร้างธุรกิจนวัตกรรมภายใต้แบรนด์ ซีแอลพี สร้างความท้าทายในการทำธุรกิจให้เราได้เห็นเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของการทำตลาด การพัฒนาสินค้า การรับประกันสินค้าและการทำงานต่างๆ อีกทั้ง การพัฒนานวัตกรรมสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ต่อการใช้งานของกลุ่มเกษตรกรให้ครอบคลุมทุกขั้นตอน เรายังไม่หยุดที่จะศึกษา ปรับปรุง และพัฒนาอยู่เสมอ” คุณวัชรากล่าว


                สำหรับจุดเด่นของบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท ด้วยองค์ความรู้ในการผลิตสินค้าเครื่องจักรที่มีมาตรฐานและทราบถึงแหล่งสรรหาวัตถุดิบคุณภาพตามมาตรฐานสากลที่จะนำมาใช้ในการประกอบเครื่องจักร ขณะเดียวกัน ด้วยการมองการไกลของคุณมานพ ลี้โกมลชัย (คุณพ่อ) ที่ได้เล็งเห็นถึงความยั่งยืนและความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งในขณะนั้นยังไม่เป็นที่ได้รับความสนใจมากนัก ประกอบกับ การก้าวข้ามธุรกิจสู่การเกษตรนับว่ามีความท้าทายเป็นอย่างมาก


CLP

                อย่างไรก็ตาม จากความมุ่งมั่นและความสนใจที่จะพัฒนาด้านการเกษตรกรรมไทยให้ได้มาตรฐาน ด้วยนวัตกรรม ที่อำนวยความสะดวกและตอบโจทย์ต่อการใช้งานของเกษตรกรได้ ผ่านการสร้างความรู้และความเข้าใจ ในประโยชน์ที่จะได้เกิดขึ้นจากการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้งาน ตลอดจนด้วยสถานการณ์วิกฤติที่เข้ามามีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ บริษัทสามารถฝ่าฟันจนประสบความสำเร็จอย่างในปัจจุบัน

 

               ส่วนนวัตกรรมสำคัญที่ได้รับกระแสตอบจากตลาดเป็นอย่างมาก คงหนีไม่พ้น นวัตกรรมการเหวี่ยงกะเทาะเปลือกเมล็ดข้าวที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องสีข้าว ที่สามารถปรับระยะได้อย่างแม่นยำ ช่วยทำให้การสีข้าวมีความสะดวกสบาย สามารถทำได้เองที่บ้านช่วยพัฒนาท้องถิ่นให้พึ่งพาตนเอง รวมทั้งบริษัทมีเครื่องอบลดความชื้น ซึ่งจะช่วยควบคุมความชื้น

ตามมาตรฐานของเมล็ดข้าว ช่วยให้เกษตรกรมีขายข้าวได้ราคาสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย


CLP

                “ปัจจุบัน ปัญหาเรื่องข้าวที่เกิดขึ้น ไม่ใช่มาจากการปลูกที่ไม่ดี แต่เราพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนการแปรรูปหรือจัดเก็บ ซึ่งข้าวเมื่อเก็บเกี่ยวต้องมีการลดความชื้น แต่จะลดอย่างไรให้ได้คุณภาพ ดังนั้น นวัตกรรมที่เราพัฒนาขึ้นทั้งหมดจะสร้างให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ เกษตรกรสามารถติดตั้งเพื่อใช้ภายในครัวเรือนหรือนำไปใช้เพื่อสร้างรายได้ ส่วนเครื่องอบลดความชื้นจะช่วยให้ข้าวมีความชื้นที่พอเหมาะนำไปขายกับโรงสีได้ราคาที่ดีอีกด้วย” คุณวัชรากล่าว


                ด้านจุดแข็งที่ทำให้บริษัทเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจากความสามารถของทีมงานกว่า 1,000 คน และทีมวิศวกรอีกกว่า 100 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมวิจัยพัฒนา (R&D) ที่ทำงานร่วมกันมากว่า 10 ปี มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของวิศวกรรมเป็นอย่างดี ผ่านการทำงานและอบรมจากผู้เชี่ยวชาญในประเทศญี่ปุ่นและทางยุโรป ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากพาร์ทเนอร์และสถาบันการศึกษา เป็นการนำเอาองค์ความรู้จากฝ่ายต่างๆ มาบูรณาการให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริษัท


CLP

                ส่วนทีมการตลาดและการขาย บริษัทจะไม่เน้นการขายสินค้าเป็นหลัก แต่จะเน้นการเข้าไปสร้างความรู้ความเข้าใจ และร่วมเป็นเพื่อนคู่คิดให้กับเกษตรกร แม้กระทั่ง หากเกษตรกรต้องการสร้างนวัตกรรมใหม่ บริษัทก็พร้อมที่จะเข้าไปให้คำแนะนำและผลิตนวัตกรรมให้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีทีมการให้บริการหลังการขาย ผ่านนโยบายการให้บริการที่เน้นการดูแลรักษาและเป็น Zero Repair กล่าวคือ ไม่ต้องส่งซ่อม เพราะบริษัทได้กำหนดระยะเวลาในการเข้าตรวจสอบเครื่องจักรอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อช่วยเกษตรกรดูแลเครื่องจักรและเก็บข้อมูลจากการใช้งานจริงด้วย


                ขณะเดียวกัน บริษัทได้มีการจัดกิจกรรมเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีชุมชนและสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องของนวัตกรรมเทคโนโลยีให้กับชุมชน เช่น โครงการให้ความรู้กับเกษตรกร กลุ่มข้าวทิพมนต์ จ.นครพนม และโครงการถวายเครื่องสีข้าว และอุปกรณ์การเกษตร ในโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานให้ชุมชนในพื้นที่ห่างไกล และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จำนวน 45 ชุดชุดเครื่องสีข้าวขนาดใหญ่ จำนวน 5 ชุด ชุดเครื่องทำความสะอาดข้าวเปลือก เครื่องสีข้าว และเครื่องย่อยกิ่งไม้ จำนวน 40 ชุด เป็นต้น


CLP

                คุณวัชรากล่าวต่อถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2567 ว่าในปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะเปิดพัฒนานวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั้งกลุ่มเกษตรกรที่มีกำลังซื้อ กลุ่มเกษตรกรขนาดกลางและกลุ่มเกษตรกรขนาดเล็ก โดยนวัตกรรมที่บริษัทผลิตเป็นนวัตกรรมที่ยังคงเน้นการสร้างมูลค่าและคุณภาพให้กับผลผลิตทางการเกษตรที่มีมาตรฐานระดับโลก รองรับการส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ และเน้นนวัตกรรมอำนวยความสะดวกให้กระบวนการการทำงานของเกษตรกร


                โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ข้าว ที่บริษัทได้วางแผนพัฒนานวัตกรรมให้ครอบคลุมครบถ้วนทุกกระบวนการ ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะกล้าจนถึงขั้นตอนบรรจุมากขึ้น ซึ่งหลายนวัตกรรมในต่างประเทศได้มีการใช้งานแล้ว แต่ในประเทศไทยยังไม่ได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อที่จะได้นำมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและการสร้างคุณภาพให้ตรงตามมาตรฐานและความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ช่วยลดปัญหาของผลผลิตทางเกษตรที่ไม่ตรงตามมาตรฐานและก่อให้เกิดปัญหาการล้นตลาดตามมาด้วย


CLP

                นอกจากนี้ บริษัทยังได้เล็งเห็นถึงการพัฒนานวัตกรรมเครื่องจักรที่เข้ามารองรับผลผลิตการเกษตรในกลุ่มพืชเศรษฐกิจใหม่เช่น กาแฟ โกโก้ และข้าวบาร์เลย์ เป็นต้น ซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคาสูงและเกษตรกรได้รับการส่งเสริมให้ปลูกมากขึ้น โดยบริษัทได้มีการเก็บข้อมูลและจากการทำงานร่วมกับภารัฐทำให้ทราบถึงช่องทางในการพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้น


                ขณะเดียวกัน “ซีแอลพี” จะเป็นแบรนด์สินค้านวัตกรรมสำหรับเกษตรกร เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กรรมเกษตรกรรมของประเทศไทย โดยมีการลงทุนพัฒนา “ศูนย์การเรียนรู้ CLP Learning Center @สวนพี่แดง” บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ใน จ.นครราชสีมา ภายในศูนย์ฯ มีการทำการเกษตรอินทรีที่ผสมผสานแนวคิดหลักเกษตรธรรมชาติ และนวัตกรรมในแบบฉบับของ CLP (Digital and Innovation) ซึ่งมีแปลงนาสาธิตและโรงสีข้าว เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรยุคใหม่ได้ลงมือปฏิบัติสามารถนำไปต่อยอดได้ และยังเป็นพื้นที่สร้างการรับรู้ด้านธรรมชาติและการเกษตรให้กลุ่มประชาชนทั่วไป


                รวมทั้ง มีการจัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้ CLP Learning Center” ในพื้นที่เขตสาทร กรุงเทพมหานคร โดยเป็นศูนย์ที่เปิดให้คนเมืองกรุงได้สัมผัสและใกล้ชิดกับการทำเกษตรวิถีมากขึ้น ตามวัตถุประสงค์ในการเชื่อมต่อและสร้างความเข้าใจระหว่างผู้บริโภคกับเกษตรกร ซึ่งไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ Rice Bar (ไรซ์ บาร์) เป็นบาร์ที่ผู้เข้าใช้บริการสามารถทดลองสีข้าว เลือกระดับการสีข้าวที่ต้องการ และมีกิจกรรมเรียนรู้มากมาย


CLP

                นอกจากการลงทุนศูนย์การเรียนรู้ทั้ง 2 แห่งแล้ว บริษัทจะต้องมีการพิจารณาในเรื่องของออเดอร์ของลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้านวัตกรรมใหม่ที่จะเปิดตัวด้วย ซึ่งหากมีกระแสตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก บริษัทจึงจะเริ่มมีการขยายไลน์การผลิตรองรับเครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งการขยายโรงงานและขยายซัพพลายเออร์มากขึ้นตามไปด้วย

 

               คุณวัชรากล่าวตอกย้ำถึงมาตรฐานสากลที่บริษัทได้รับว่า ปัจจุบัน บริษัทได้ผ่านการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพ (ISO 9001 : 2015) และอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อยื่นขอรับการประเมินมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) โดยจะเริ่มในเรื่องการลดใช้กระดาษ (Paperless)ตลอดกระบวนการทำงาน ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อ ค้นหา และตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายขึ้น

 

               รวมทั้ง การใช้พลังงานทดแทนต่างๆ ทั้งโซล่าร์เซลล์ (Solar Cell) และการลดการใช้พลังงาน โดยศูนย์การเรียนรู้ CLP Learning Center @สวนพี่แดง ที่ จ.นครราชสีมา ได้เริ่มดำเนินการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้กับเครื่องแรงดันน้ำภายในศูนย์เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และในอนาคต บริษัทจะปรับปรุงการเลือกใช้พลังงานที่เหมาะสม ด้วยในพื้นที่มีแรงลมพัดตลอดเวลาเหมาะแก่การติดตั้งกังหันลม (Wind Turbine) สามารถพลังงานสะอาดเพิ่มได้อีกช่องทางหนึ่ง

 

CLP

               ประกอบกับ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน Made in Thailand (MIT) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และได้รับรางวัลอื่นๆ อาทิ เครื่องสีข้าว CLP CR80N1 ได้รับรองชนะเลิศอันดับ 1 และชุดขับเคลื่อนหางยาวพร้อมเกียร์เดินหน้า-ถอยหลัง ได้รับรองชนะเลิศอันดับ 1จากรางวัลเทคโนโลยีเครื่องจักรกลยอดเยี่ยมประจำปี 2559 (Machinery Technology Awards 2016),  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 สาขาเกษตรและเกษตรกรแปรรูป ในการประกวดรางวัลเทคโนโลยี เครื่องจักรกลยอดเยี่ยม ประจำปี 2559 และรางวัลผลผลิตยอดเยี่ยมของประเทศไทย ประจำปี 2554 จากกระทรวงอุตสาหกรรม

 

               คุณวัชรากล่าวปิดท้ายถึงสิ่งที่อยากฝากผู้อ่าน Answer News Industrial Magazine ว่า เครื่องจักรนวัตกรรมภายใต้แบรนด์ ซีแอลพี (CLP) ภายใต้การพัฒนาโดยกลุ่มบริษัท ซีแอลพี ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทย มีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างคุณภาพให้กับภาคเกษตรกรรมของไทยและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร เพื่อความยั่งยืนและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และอยากฝากผู้อ่านที่มีความสนใจสามารถติดต่อสอบถามในเรื่องของนวัตกรรมต่างๆ ได้เสมอ

 

               นอกจากนี้ บริษัทขอขอบคุณซัพพลายเออร์ที่ให้การสนับสนุนการจัดทำข่าวในครั้งนี้เป็นอย่างมาก และอยากให้มั่นว่า“เราจะเดินหน้าขยายธุรกิจ กระจายงานในส่วนต่างๆ และสร้างเครือข่ายพันธมิตรให้แข็งแกร่ง ซึ่งเมื่อแข็งแกร่งแล้ว เราจะมีความพร้อมในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ”



CLP

ดู 72 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


© สงวนลิขสิทธิ์
bottom of page